“ธัชกร” ฟอร์มหรูคว้ากริดที่ 12 ในศึก “โมโตจีพีฯ” ที่ปอร์ติเมา

“ธัชกร บัวศรี” ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างผลงานยอดเยี่ยมในศึกปั้นดาวรุ่งสู่ “โมโตจีพี” รายการ เรดบูล “โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021” หลังกดเวลาคว้ากริดสตาร์ตอันดับ 12 ในรอบควอลิฟายของสนามแรก มีลุ้นประเดิมท็อปเท็น รอบชิงชนะเลิศ มีคิวดวลความเร็วในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ที่ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส

วันที่ 17 เม.ย. 64 การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบดาวรุ่งชิงแชมป์ระดับโลก รายการ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021 มีคิวออกสตาร์ตสนามแรกในสุดสัปดาห์นี้ ที่อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ซึ่งถูกจัดเป็นซัพพอร์ทเรซของ โมโตจีพี รายการ โปรตุกีส กรังด์ปรีซ์ โดยจะดวลความเร็ว 2 เรซ ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 17-18 เมษายนนี้

ข่าวแนะนำ

ล่าสุดเป็นการแข่งขันในรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ต โดยนักบิดไทยหนึ่งเดียวในรายการนี้อย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ลงแข่งขันเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน ภายใต้รถแข่งหมายเลข 5

ผลการควอลิฟายที่ปอร์ติเมา สังเวียนความเร็วที่ชื่อว่ายากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ปรากฏว่า ธัชกร ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กดเวลามาเป็นอันดับ 12 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 52.890 วินาที ตามหลังเจ้าของโพลอย่าง ดิโอโก้ โมเรร่า ดาวรุ่งชาวบราซิเลียน 1.329 วินาที สร้างโอกาสในการลุ้นท็อปเท็นกับสนามแรกอย่างมาก

ทั้งนี้ ธัชกร จะลงแข่งขันเรซแรกของ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021 ในคืนวันเสาร์ที่ 17 เมษายนนี้ เวลา 22.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนเรซที่ 2 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายนนี้ เวลา 21.50 น.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/worldsport/motorsport/2070866
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/worldsport/motorsport/2070866

เทียบผลงานชอว์ยุคมูรินโญ่-โซลชาหลังป็อกบาเปิดประเด็น

เทียบผลงานชอว์ยุคมูรินโญ่-โซลชาหลังป็อกบาเปิดประเด็น

เปรียบเทียบผลงาน ลุค ชอว์ แบ็กซ้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงเล่นให้กับ โชเซ่ มูรินโญ่ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลัง ปอล ป็อกบา เพิ่งจุดประเด็นเดือด

    ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ในเชิงวิจารณ์ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” ที่เวลานี้ไปคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ว่าชอบมีปัญหากับนักเตะสมัยทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่างกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือคนปัจจุบันลิบลับ

    หนึ่งในนักเตะที่ ป็อกบา ยกตัวอย่างให้เห็นคือ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ที่ฤดูกาลนี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งรับและรุก จนได้กลับไปติดทัพ “สิงโตคำราม” อีกครั้ง

    “บางทีมัน (แนวทางการทำทีมของ โซลชา) อาจจะได้ผลจากการที่เขาสนิทกับทุกคนมากกว่านิดหน่อย โค้ชทุกคนต่างก็มีแนวทางการทำทีมกับแนวทางการจัดการกับนักเตะเป็นของตัวเอง ในฐานะนักเตะแล้วนั้นคุณต้องปรับตัวให้ได้ บางครั้งมันไม่เข้ากับคุณ แต่บางครั้งมันเข้ากับคุณ”

    “โอเล่ ช่วย ลุค ได้เยอะมาก ลุค เคยมีฤดูกาลที่ยากลำบากกับ มูรินโญ่ แต่ตอนนี้เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพที่เขามีอยู่ในตัวมาโดยตลอดแล้ว แถมยังได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้จัดการทีมด้วย” กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส กล่าว

    จากสถิติของ ชอว์ ทั้งในยุคของ มูรินโญ่ และ โซลชา จะเห็นว่ามีผลงานเฉลี่ยดีขึ้นทุกด้านภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

ผลงาน (เฉลี่ยต่อเกม)   สมัย มูรินโญ่  สมัย โซลชา

เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง   1.27   1.78
ผ่านบอล    53.43   57.96
แอสซิสต์    0.07   0.13
สร้างโอกาส (รวมแอสซิสต์)  1.10   1.58
ครอสบอล/เตะมุม   3.01   3.34
แย่งบอลกลับคืน   4.89   5.51

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/233612
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/233612

ไขคำตอบจากฟิสิกส์ : เหตุใด “Overhead Kick” เป็นลูกยิงที่ทำยากสุดในโลก?

ฟุตบอลเป็นเกมที่ทั้งง่ายไม่ได้สลับซับซ้อน และยากชวนให้ค้นหาในเวลาเดียวกัน

“ง่าย” เพราะแค่ฝ่ายไหนทำประตูในเวลา 90 นาทีมากกว่ากัน ทีมนั้นเป็นผู้ชนะ และ “ยาก” ตรงที่จะจบสกอร์อย่างไรให้ลูกบอลเคลื่อนผ่านกำแพงมนุษย์คู่แข่ง เข้าไปซุกก้นตะข่าย 

ลูกยิงที่มีท่วงท่าลีลาสวยงามจึงมักตราตรึงใจผู้ชมเสมอ แต่หากจะมองหาว่า ท่าไหนทำได้ยากสุด? “Overhead Kick (เรียกว่า Bicycle Kick, Scissors Kick ก็ได้) หรือคนไทยรู้จักในชื่อ “ลูกยิงจักรยานอากาศ, ลูกยิงตีลังกากลับหลัง” คือตัวแรกเลือกอย่างไม่ต้องสงสัย 

เพราะนี่คือท่ายิงที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก นักฟุตบอลจำเป็นต้องมีทั้งทักษะอันยอดเยี่ยม, เซนส์บอลชาญฉลาด สภาพร่างกายแข็งแกร่ง เพื่อพร้อมสำหรับการท้าทายกฎฟิสิกส์ ไปสู่สุดยอดการทำประตูที่เรียกเสียงฮือฮาได้เสมอจากผู้ชม

Overhead Kick ยากแค่ไหน?

สิ่งแรกที่คุณต้องมี หากคิดทำท่า Overhead Kick อย่างสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพ คือ สภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง เพราะคุณจะต้องกระโดดลอยตัวมากกว่า 1 เมตร (เฉลี่ยแล้ว 1 เมตร จนถึง 1.5 เมตร ตามระยะความห่าง และความสูงจากลูกฟุตบอล)

1

การกระโดดลักษณะนี้มีความยากกว่าเทคตัวขึ้นโหม่งธรรมดาหลายเท่า เพราะนักฟุตบอลจะต้องลอยตัวอยู่กลางอากาศ ในลักษณะแนวนอน ไม่ใช่แนวตั้ง ทำให้เผชิญกับแรงโน้มถ่วงมากกว่าปกติ ตั้งแต่บริเวณส่วนหัวไปจนถึงขา 

ดังนั้น หากร่างกายไม่แข็งแกร่งพอ คุณหมดสิทธิ์ทำท่านี้ ยิ่งถ้าฝืนใช้แบบไม่ดูสังขาร อาจส่งผลให้ตกลงมาเจ็บตัวเสียเปล่าๆ

แต่การกระโดดหวดลูกอยู่กลางอากาศ ไม่ใช่ความยากเพียงอย่างเดียวของ Overhead Kick.. เพราะนักฟุตบอลที่อยากทำประตูด้วยท่านี้จำเป็นต้องเรียนรู้รายละเอียดอื่นๆอีก

ขาอีกข้างคือตัวแปรสำคัญ 

เวลานึกถึงท่า Overhead Kick คนส่วนใหญ่มักโฟกัสขาข้างที่หวดลูกฟุตบอล แต่อันที่จริงแล้ว ขาอีกข้างที่ไม่ได้เตะ คืออวัยวะที่สำคัญสุด สำหรับลูกยิง Overhead Kick เพราะเป็นขาที่ช่วยทรงตัวและส่งแรง ไปยังอีกข้างเพื่อใช้ในการหวดลูกฟุตบอล นอกจากนั้น ระหว่างที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ คุณต้องใช้สะโพกข้างที่ไม่ได้เตะลูกฟุตบอลช่วยบิดตัว เพื่อส่งแรงเตะลูกหนังไปยังขาอีกฝั่งของร่างกาย 

2

ทันทีที่ตัวของคุณลอยตัวอยู่กลางอากาศ (หมายถึงไม่มีส่วนใดของร่างกายแตะอยู่บนพื้น) สะโพกของคุณต้องบิดอย่างน้อย 50 ถึง 75 องศา เมื่อถึงจุดที่เตรียมตีลังกายิง จังหวะนี้คุณต้องใช้สะโพกฝั่งที่ขาที่ทรงตัว บิดไปประมาณ 100 องศา เพื่อส่งแรงไปยังอีกข้างที่กำลังจะหวดลูกบอล

พอลูกบอลมาถึงข้อเท้า ขาข้างที่กระโดดยิง บิดตัวประมาณ 75 ถึง 100 องศา เพื่อเป็นการส่งแรงที่ได้รับมาไปยังลูกฟุตบอล ให้พุ่งทะยานแหวกอากาศตามน้ำหนักและทิศทางที่คุณต้องการ 

ข้อมูลน่าทึ่งคือ ความเร็วที่นักเตะจะต้องเคลื่อนไหวขาข้างที่ยิงไปยังลูกฟุตบอล ระหว่างที่ลอยตัวอยู่ในอากาศ จะต้องใช้ความเร็วระดับ 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ห้ามน้อยกว่านี้เด็ดขาด 

และส่วนที่ยากสุดของท่า Overhead Kick คือ นักฟุตบอลต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมดนับตั้งแต่การกระโดด จนถึงตีลังกา ไม่เกิน 1 วินาที โดยระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดอยู่ที่ประมาณ 0.8 วินาทีเท่านั้น 

Overhead Kick จึงเป็นท่าฟุตบอลที่ยาก เพราะต้องการความแข็งแกร่งดุจดั่งเครื่องจักร การใช้ท่านี้ทำให้ร่างกายมนุษย์เคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ นั่นหมายถึงการต้องใช้แรงมหาศาล เทคนิคชั้นเลิศ และการทำงานของร่างกายอย่างเป็นระบบ ห้ามผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว

จากปากของนักฟุตบอล

สำหรับลูกยิงจักรยานอากาศ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า ใครคือคนคิดค้นท่านี้ แต่จากหลักฐานได้เผยว่า ศาสตร์การยิงรูปแบบนี้ เริ่มต้นใช้ในทวีปอเมริกาใต้ ที่ประเทศชิลี และเปรู ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 

3

ในช่วงยุค 1920s เทรนด์การใช้ Overhead Kick เป็นที่นิยมอย่างมาก ในประเทศชิลี จนแพร่กระจายไปทั่วทวีป จนกระทั่ง เปเล่ ดาวเตะลูกหนังชาวบราซิล ใช้ท่านี้ในเกมที่ทีมชาติบราซิลพบกับเบลเยียม เมื่อปี 1968 ทำให้การยิงรูปแบบนี้โด่งดังไปทั่วโลก

“การเตะจักรยานอากาศไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ ผมยิงประตูไป 1,283 ประตู แต่ผมยิงประตูด้วย Overhead Kick ไป 2 หรือ 3 ลูกเอง” 

เปเล่ ราชันลูกหนังที่ได้รับการยอมรับให้เป็นปรมาจารย์ด้าน Overhead Kick กล่าวเปิดใจว่า จริงๆแล้ว เขาไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นสุดยอดในการใช้ท่านี้ เพียงแต่ผู้คนดันไปจดจำเหตุการณ์ที่เขาใช้เมื่อปี 1968 บวกกับความที่คนในทวีปยุโรป ไม่คุ้นชินกับการยิงท่านี้ จึงคิดว่าเขาเก่งในการใช้ท่านี้มาตลอด 

อย่างไรก็ตาม เปเล่ คือแรงบันดาลใจของนักฟุตบอลรุ่นหลัง ในการใช้ Overhead Kick ถ้าคุณอยากเป็นตัวจบสกอร์ที่ไม่ธรรมดา ก็ต้องกระโดดตีลังกาหวดลูกฟุตบอลให้ได้แบบที่ เปเล่ ทำ

ด้วยความที่ Overhead Kick ไม่ได้ถูกใช้ และสามารถทำประตูได้บ่อยนักดังที่ เปเล่ กล่าว จึงทำให้ทุกครั้งที่มีนักฟุตบอลชื่อดังกระโดดตีลังกายิงประตู จึงต้องเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

หนึ่งในคนที่ใช้ Overhead Kick ทำประตูได้บ่อยครั้ง คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จนเขากลายเป็นไอคอนยุคใหม่ของท่าตีลังกาหวดลูกฟุตบอล 

4

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเขาจะสามารถทำ Overhead Kick ได้ดี เพราะหากจะมีนักฟุตบอลคนหนึ่งที่เข้าใกล้การเป็นเครื่องจักรมากที่สุด นั่นคือดาวยิงชาวโปรตุกีสคนนี้ 

โรนัลโด้ คือนักฟุตบอลที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเรื่องพละกำลังขา เขาออกกำลังกายโดยโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อขาเพียงอย่างเดียวถึง 2 วันต่อสัปดาห์ จึงทำให้ โรนัลโด้ สามารถกระโดดได้สูง เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และยิงฟุตบอลได้อย่างรุนแรง แม่นยำ

โดยเฉพาะลูกยิงสุดโด่งดังที่เขาใช้ Overhead Kick ในเกมที่ เรอัล มาดริด พบกับ ยูเวนตุส ในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-18 ถูกยกให้เป็นลูกยิงจักรยานอากาศที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอลยุคใหม่ ซึ่งแม้แต่ เปเล่ ยังยอมรับว่า เขาไม่มีทางยิงประตูแบบนี้ได้แน่นอน

“แน่นอน มันคือประตูที่สวยงาม และอาจจะเป็นประตูที่สวยที่สุดในชีวิตของผม ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไร ลูกฟุตบอลลอยมาแบบนั้น ผมแค่คิดว่าผมต้องยิงให้ได้ แค่กระโดดไปหวดลูกบอลให้ถึงก็พอ มันอาจจะพลาดก็ได้นะ ดีที่ว่าจังหวะนั้นผมยิงเข้า และกลายเป็นสุดยอดประตู” โรนัลโด้ กล่าว

ต่อมาภายหลัง “โรนัลโด้” ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า Overhead Kick ที่เขาทำได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันผ่านกระบวนการฝึกฝนบ่อยครั้งในสนามซ้อม และตัวเขายิงพลาดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน 

เพราะมันไม่ใช่ท่าที่ง่าย โรนัลโด้ ต้องฝึกซ้อมเพิ่มเติม ไปจนถึงดูข้อมูลการเคลื่อนไหวของร่างกายตัวเอง เพื่อให้เขาเข้าใจการขยับร่างกายมากขึ้น 

ยอดนักเตะรายนี้เผยว่า หากความพยายามของเขา ช่วยทำให้ยิงประตูได้สักลูกในเกมสำคัญๆ ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว

คำบอกเล่าจาก เปเล่ และ โรนัลโด้ ล้วนบทเป็นพิสูจน์อย่างดีว่า “Overhead Kick” คือท่าจบสกอร์ที่ทำได้ยาก เพราะต้องฝืนกฎฟิสิกส์มากมาย

แต่หากตั้งใจฝึกฝนอย่างจริง พัฒนาร่างกายให้มีความแข็งแกร่ง ทุ่มเทกับการฝึกซ้อมเหมือนอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ การใช้ท่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอาวุธสังหารในการทำประตู ก็ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ 

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1216593/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/sport/1216593/

โหดสมชื่อ “ชาติมังกร” ไล่ต้อนขาด “ไชยชาญ” ศึกจ้าวมวยไทย

– ลมโชย (ส.ศักดิ์นรินทร์) ธ.เถระพัฒน์ ชนะคะแนนอนันตชัย คิดตี้มวยไทย คว้าแชมป์มวยไทยรุ่นฟลายเวทที่ว่างไปครองแบบเอกฉันท์ 49-48 ทั้ง 3 เสียง

– ไผ่เงิน(ศิษย์วีระชาติ)ส.สละชีพ ชนะคะแนน วุฒิเดช ทีเด็ด 99

– ซุปเปอร์เล็ก จิตรเมืองนนท์ ชนะทีเคโอ.ก้องชัย ไฉนดอนเมือง ยก 2

– ทศกัณฑ์ จิตรเมืองนนท์ ชนะทีเคโอ. กวนอู อีเกิ้ลมวยไทย ยก 3

– น้องบิว ศิษย์ป๋าโอ ชนะคะแนน นิเชาว์ จิตรเมืองนนท์

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/fightsport/muaythai/2070928
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/fightsport/muaythai/2070928

เรียกเขาว่าพ่อพระ!เนย์มาร์ควักเงินส่วนตัวจ่ายพนง.องค์กร

เรียกเขาว่าพ่อพระ!เนย์มาร์ควักเงินส่วนตัวจ่ายพนง.องค์กร

เนย์มาร์ หัวหอกทีมชาติบราซิลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่ทิ้งเพื่อนร่วมองค์กรเมื่อเขายินดีที่จะควักเงินส่วนตัวจ่ายให้กับพนักงานทุกคนพร้อมทั้งผลประโยชน์ทุกอย่างที่ควรจะได้ เพื่อทำให้พวกเขามีรายได้ในช่วงที่เกิดวิกฤติไวรัสถล่มโลก

     เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจด้วยการจ่ายเงินเดือนให้กับพนังงาน 142 คนในองค์กรของตนแบบเต็มจำนวน เพื่อช่วยให้พวกเขามีรายได้ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

     จากเหตุที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก และองค์กรของ เนย์มาร์ ก็โดนด้วยเช่นกัน จนถึงขั้นอาจจะต้องปิดตัวตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2020 อย่างไรก็ตาม ดาวยิงทีมชาติบราซิล ตัดสินใจที่จะให้องค์กรของเขาดำเนินงานต่อไปด้วยการควักกระเป๋าจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกคนด้วยตนเอง

     สำหรับต้นทุนที่ เนย์มาร์ ต้องจ่ายให้กับพนักงานในองค์กรซึ่งเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือวัยรุ่นที่ด้อยโอกาสมากกว่า 3,000 คนในย่านปรายา กรันเด้ มีจำนวนประมาณ 90,000 ยูโร (ราว 3.15 ล้านบาท) ต่อเดือน และเขายังมีแผนที่จะจ่ายเงินจำนวนนี้ต่อไปตราบใดที่วิกฤติไวรัสถล่มโลกยังระบาดอย่างต่อเนื่อง

     “ครอบครัวของผม และผมพยายามเก็บรักษาทุกๆ อย่างขององค์กร รวมทั้งพนักงานจำนวน 142 คนซึ่งได้รับเงินเดือน และผลประโยชน์ที่พวกเขาควรจะได้เต็มจำนวน เราทำแบบนี้ด้วยทรัพยากรที่เรามีอยู่ งานและรายได้ของผู้คนที่ทำงานให้องค์กรของเราจะได้รับการรับประกันแม้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด(ของเชื้อโควิด-19) ก็ตาม” พ่อของเนย์มาร์ ระบุ

เรียกเขาว่าพ่อพระ!เนย์มาร์ควักเงินส่วนตัวจ่ายพนง.องค์กร

 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/ligue1/view/233529
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/ligue1/view/233529

ถ่อมตัว!ทูเคิ่ลชี้เชลซียังห่างชั้นจากแมนซิตี้ 

ถ่อมตัว!ทูเคิ่ลชี้เชลซียังห่างชั้นจากแมนซิตี้ 

 โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ เชลซี รับสภาพ “สิงห์บลูส์” เวลานี้ยังอยู่ห่างชั้นจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ลั่นเกม เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก วันเสาร์นี้ ทีมตนจะสู้กับ “เรือใบสีฟ้า” ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม 

    โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เชื่อว่า ทีมตนมีศักยภาพที่เป็นรอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่พอสมควร โดยทั้งสองทีมมีคิวฟาดแข้งกันในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 17 เมษายนนี้ 

    เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ต่างตบเท้าเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ทั้งคู่ ทว่าในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก นั้น “สิงห์บลูส์” รั้งอันดับห้า ตามหลัง “เรือใบสีฟ้า” ที่นำเป็นจ่าฝูงถึง 20 แต้ม ซึ่ง ทูเคิ่ล ก็ยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ คือสุดยอดสโมสรยุโรปคู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ณ เวลานี้ 

    “เราต้องยอมรับว่า มันมีช่องว่างระหว่างทีมเรากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าคุณมองดูตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันสำคัญมากๆ ที่เราต้องยอมรับเรื่องนี้ โดยที่ไม่ทำให้ทีมเราดูเล็กเกินไป นับตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป เราจะไล่ล่าพวกเขา และพยายามลดช่องว่างให้เหลือน้อยลง” 

    “สำหรับผมแล้ว ในยุโรปตอนนี้มีแค่สองทีมที่เหมือนเป็นเกณฑ์มาตรฐาน นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ บาเยิร์น มิวนิค แต่สำหรับ 90 นาทีที่รออยู่ เราจะเล่นด้วยความมั่นใจ และเชื่อมั่นว่า เราสามารถลดช่องว่างดังกล่าวนั้นได้”

    “นี่คือช่วงเวลาที่ดีในการเจอกับ ซิตี้ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (กุนซือ แมนฯ ซิตี้) เพราะถ้าเราโค่นพวกเขาได้ มันก็จะเป็นกำลังใจชั้นดีสำหรับเรา แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้น เราก็จะถือเป็นความท้าทายที่ช่วยให้เราเติบโตต่อไป” กุนซือชาวเยอรมันวัย 47 ปี กล่าว

ถ่อมตัว!ทูเคิ่ลชี้เชลซียังห่างชั้นจากแมนซิตี้ 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/fa-cup/view/233531
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/fa-cup/view/233531

3จุดปะทะเดือดที่อาจตัดสินผู้ชนะแมนซิตี้-เชลซี

3จุดปะทะเดือดที่อาจตัดสินผู้ชนะแมนซิตี้-เชลซี

เปิด 3 จุดปะทะเดือดเกม เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี เชื่อได้ดวลกันมันแน่ เพราะทั้งสองทีมมีแต่นักเตะชั้นยอด

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังลุ้นที่จะนำ “เรือใบสีฟ้า” สร้างประวัติศาสตร์คว้า 4 แชมป์ในฤดูกาล 2020/21 หลังนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก, เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งเข้าไปชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ได้แล้ว

     ด่านต่อไปที่จะสกัดการคว้า 4 แชมป์ของ “เรือใบสีฟ้า” คือการเจอกับ เชลซี ที่คุมทัพโดย โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมัน ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สนาม เวมบลีย์ คืนวันเสาร์ที่ 17 เมษายนนี้ (23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) 

    เกมนี้น่าจะสู้กันได้อย่างสนุก เพราะทั้งสองทีมกำลังทำผลงานเยี่ยม และขวัญกำลังใจดี หลังเดินหน้าเข้าสู่รอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก มาได้เหมือนกัน

    ผู้ชนะของนัดนี้อาจตัดสินกันที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวในเกม และนี่คือ 3 จุดปะทะในสนามที่น่าดู รวมทั้งอาจชี้ขาดว่าทีมไหนจะได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับผู้ชนะระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่จะเล่นในวันอาทิตย์นี้

1. ริยาด มาห์เรซ ปะทะ เบน ชิลเวลล์

3จุดปะทะเดือดที่อาจตัดสินผู้ชนะแมนซิตี้-เชลซี

ทั้ง มาห์เรซ และ ชิลเวลล์ กำลังอยู่ในช่วงทำผลงานได้เยี่ยมให้กับ แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี ตามลำดับ และคาดว่าจะได้ลงตัวจริงดวลกันในเกมคืนนี้

มาห์เรซ จะได้ทำหน้าที่ในแนวรุกให้ “เรือใบสีฟ้า” ทางฝั่งขวาของสนาม โดยดวลกับ ชิลล์เวลล์ ที่รับบทวิงแบ็กฝั่งซ้ายให้ “สิงห์บลูส์” 

ชิลล์เวลล์ เล่นได้เยี่ยมทั้งรับและรุก อย่างไรก็ตาม เกมนี้คงต้องดูแล มาห์เรซ เป็นพิเศษ เพราะเป็นนักเตะที่มีทักษะเยี่ยม และลากตัดเข้าไปยิงเองได้ด้วย

2. โรดรี้ ปะทะ จอร์จินโญ่

3จุดปะทะเดือดที่อาจตัดสินผู้ชนะแมนซิตี้-เชลซี

อีกจุดที่สำคัญในเกมนี้คือการครองความได้เปรียบให้ได้ในแดนกลาง และทั้งสองทีมก็มีมิดฟิลด์ชั้นยอดหลายราย โดยหากทีมไหนสามารถคุมเกมกลางสนามเอาไว้ได้ก็มีโอกาสเป็นผู้ชนะ

คาดว่าเกมนี้ แมนฯ ซิตี้ จะใช้ โรดรี้ คอยทำหน้าที่ตัดเกมกลางสนาม โดยเจ้าตัวมีส่วนสำคัญกับทีมอย่างมากในซีซั่นนี้ หลังทำงานหนักในการเล่นเกมรับจนทำให้เพื่อนๆ อย่าง ฟิล โฟเด้น หรือ อิลคาย กุนโดกัน มีอิสระในการขึ้นไปเติมเกมรุกมากขึ้น

ขณะที่ เชลซี คงให้ จอร์จินโญ่ ลงมาคุมเกมแดนกลางและช่วยตัดเกมร่วมกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำให้ดูน่าสนใจมากกับการได้ดวลกับ โรดรี้   

3. รูเบน ดิอาส ปะทะ ไค ฮาแวร์ตซ์

3จุดปะทะเดือดที่อาจตัดสินผู้ชนะแมนซิตี้-เชลซี

แนวรับของ แมนฯ ซิตี้ ได้รับคำชมอย่างมากในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กระหว่าง ดิอาส กับ จอห์น สโตนส์ ที่ประสานงานลงตัวทั้งเกมรับที่แข็งแกร่ง แถมยังขึ้นไปเติมเกมรุกได้ดีด้วย

ขณะที่ ฮาแวร์ตซ์ ดูเหมือนจะได้ตำแหน่งที่ลงตัวแล้วหลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมกับบทบาทกองหน้าระบบฟอลส์ไนน์ หลังจากที่ช่วงต้นซีซั่นยังมีปัญหากับการปรับตัวใน พรีเมียร์ลีก

เกมนี้ ฮาแวร์ตซ์ จะได้ดวลกับ ดิอาส ซึ่งน่าจะสู้กันสนุก โดยที่คนหนึ่งมีไหวพริบ, เทคนิค และการครองบอลเยี่ยม ขณะที่อีกรายเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งทั้งลูกกลางอากาศและภาคพื้นดิน

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/fa-cup/view/233604
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/fa-cup/view/233604

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

    หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ “หงส์แดง” เหลือโอกาสแค่การทำอันดันติดท็อปโฟร์ในตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เท่านั้น ถึงจะทำให้พวกเขากลับไปโลดแล่นบนเวทีถ้วยใบโตยุโรปฤดูกาลหน้า 

    สถานการณ์ของ “เดอะ เร้ดส์” ในเวลานี้ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักเมื่อพวกเขารั้งอันดับ 6 มี 52 คะแนน ตามหลัง “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 แต้มเท่านั้น ฉะนั้นอีก 7 เกมที่เหลืออยู่ แชมป์เก่าต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด พร้อมกับแช่งให้คู่แข่งสะดุดขาตัวเองทำแต้มหลุดมือด้วย 

    อย่างไรก็ตาม การที่ ลิเวอร์พูล มีลุ้นจบอันดับ 4 ก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้โควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากสถานการณ์ของทีมต้องไปผูกติดอยู่กับผลงานของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี และ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ด้วย 

    ทั้ง  2 ทีมในเวลานี้กำลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรป โดย เชลซี ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศไปดวลกัล “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่เขี่ย “หงส์แดง” ร่วงแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ “เดอะ กันเนอร์ส” เข้าไปตัดเชือกกับ บียาร์เรอัล ในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก 

    สำหรับความสำเร็จของทั้งสองทีมจะส่งผลต่ออนาคตของ ลิเวอร์พูล ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นงานนี้มีความเป็นไปได้ที่สาวก “เดอะ ค็อป” อาจจะต้องสวดภาวนาไม่ให้ เชลซี และ อาร์เซน่อล ล้มเหลวในยุโรป ไม่งั้นต่อให้ “หงส์แดง” คว้าท็อปโฟร์ได้ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย !!

    ฉะนั้นลองมาดูกันหน่อยว่าจะมีเหตุการณ์อะไรบ้างที่จะทำให้ลิเวอร์พูลต้องพบกับฝันร้ายเมื่อจบซีซั่น 2020/2021
 

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

แมนฯซิตี้คว้าแชมป์ยูซีแอล

    ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ภายใต้การกุมบังเหียนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมทั้งในลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่าเมื่อคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์แล้ว พวกเขาการันตีพื้นที่ท็อปโฟร์สบายใจหายห่วง แถมยังมีลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย

    ที่สำคัญถ้าพวกเขาสามารถไปได้สุดท้ายจนกระทั่งได้ชูโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” ที่นครอิสตันบูล และสถานการณ์ในลีกยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันนี้ไปจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ นั่นหมายความว่า “หงส์แดง” ต้องโบกมือลาเวทีถ้วยใบโตยุโรป ในซีซั่นหน้าไปโดยปริยาย

    สโมสรที่ได้โควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก : อันดับ 1, 2, 3 และ 4 รวมทั้งสโมสรอังกฤษที่ได้แชมป์ยูโรปา ลีก 

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

เชลซี ชูโทรฟี่ “หูกาง”

    สถานการณ์ของ เชลซี ในเวลานี้ก็ยังคงต้องใช้พละกำลังในการเบียดแย่งอันดับท็อปโฟร์ โดยพวกเขาอยู่ที่ 5 มี 54 คะแนนตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น แน่นอนว่า “สิงห์บลูส์” ยังมีลุ้นเมื่อมองจากฟอร์มการเล่นของพวกเขานับตั้งแต่ที่ได้ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียน

    อย่างไรก็ตาม ยอดทีมแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังมีโอกาสที่จะตีตั๋วไปลุยถ้วยใบโตยุโรปในรอบแบ่งกลุ่มได้ทันที หากพวกเขาสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จในฤดูกาลนี้ และถึงแม้ทีมจะไม่สามารถติดท็อปโฟร์ นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา !!

    สโมสรที่ได้โควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก :  อันดับ 1, 2, 3, 4 และแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 
 

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

อาร์เซน่อล ไปสุดท้ายในยูโรปา ลีก

    การลุ้นทำอันดันติดท็อปโฟร์ของ อาร์เซน่อล เพื่อคว้าโควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ดูเหมือนจะเลือนลางเหลือเกิน เพราะสถานการณ์ของทีมในเวลานี้รั้งอยู่ในอันดับ 9 มี 45 คะแนน ตามหลัง “เดอะ แฮมเมอร์ส” 10 แต้มเลยทีเดียว 

    ฉะนั้นทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า ต้องหาทางลัดเพื่อจะได้มีโอกาสไปโลดแล่นบนเวทีฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรป นั่นก็คือการที่เขาสามารถนำ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ให้ได้ ซึ่งหากทำสำเร็จ สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จะได้เฮฮาทันที แม้จะไม่ติด 1 ใน 4 ก็ตาม

    สโมสรที่ได้โควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก : อันดับ 1, 2, 3, 4 และแชมป์ ยูโรปา ลีก 

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

เชลซี กับ อาร์เซน่อล ผงาดแชมป์ฟุตบอลถ้วยยุโรป

    หากเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ คงเป็นฝันร้ายสำหรับสาวก “เดอะ ค็อป” และ ลิเวอร์พูล ทันที เพราะนั่นจะทำให้พวกเขาไม่มีสิทธิ์ด้วยประการทั้งปวงในการไปโลดแล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2021/2022  

    ในกรณีที่ “สิงห์บลูส์” และ “ปืนใหญ่” ไม่สามารถจบซีซั่นในอันดับท็อปโฟร์ได้ แต่หากพวกเขาได้แชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรป นั่นหมายความว่าโควตาในการไปเล่นมหกรรมลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดในระดับสโมสรจะได้รับไปโดยอัตโนมัติ 

    หากสถานการณ์เป็นแบบนั้นนั่นหมายความว่าอันดับ 4 จะต้องหล่นไปเล่นเกม ยูโรปา ลีก อย่างช่วยไม่ได้ ฉะนั้นไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล เท่านั้น ทั้ง เลสเตอร์, เวสต์แฮม, สเปอร์ส และ เอฟเวอร์ตัน ก็มีโอกาสที่จะพลาดตั๋วใบสุดท้ายไปโม่เกือกเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เช่กัน

     สโมสรที่ได้โควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก : อันดับ 1, 2, 3, แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์ ยูโรปา ลีก

ทอมเม้ง

 

เพราะอะไร?ลิเวอร์พูลต้องภาวนาให้เชลซี,อาร์เซน่อลล้มเหลวในถ้วยยุโรป

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/233533
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/233533

“วิ่งผลัดธงไตรรงค์” วันที่ 21 คึกคักต่อเนื่อง ชาวชุมพรร่วมต้อนรับตลอดข้างทาง

วันที่ 17 เม.ย. 64 ความเคลื่อนไหวของกิจกรรมประวัติศาสตร์ “FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งต่อกำลังใจจากพี่น้องประชาชนชาวไทยสู่นักกีฬาทีมชาติไทย ผ่านการวิ่งคนละ 1 กม. ต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว ล่าสุดเมื่อ 17 เม.ย.64 วันที่ 21 ของกิจกรรม กำหนดวิ่งต่ออีก 49.5 กม. จากบริษัท โตโยต้า ชุมพร สาขาแยกปฐมพร ไปยัง ปั๊มน้ำมัน พีที (ห้างหุ้นส่วนจำกัด พีทีเขาพ่อตาหินช้าง) โดยถือเป็นการวิ่งย้อนกลับมาในเส้นทางเดิม เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดในภาคตะวันตก ก่อนเข้าสู่ภาคกลาง และภาคเหนือต่อไป

การออกสตาร์ตในช่วงเช้า ได้รับเกียรติจาก นายภูริต พลาศัย ผู้จัดการแผนกอบรมและวางแผนพัฒนากลยุทธ์ด้านการขาย บริษัท โตโยต้า ชุมพร สาขาแยกปฐมพร ให้เกียรติอัญเชิญธงชาติไทยส่งต่อให้กับ อลิษา เพชรรัตน์ ตัวแทนจากสาขาแยกปฐมพร ร่วมวิ่งธงชาติไทยในไม้แรก

สำหรับการวิ่งในวันที่ 21 ซึ่งวิ่งผ่าน อ.ท่าแซะ บรรยากาศการวิ่งตลอดเส้นทางเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยนักวิ่งทั้ง 49 คน ออกมาร่วมทำภารกิจวิ่งธงชาติไทยกันอย่างคึกคัก ด้วยรอยยิ้มและพลังใจที่เต็มเปี่ยม แม้สภาพอากาศจะร้อนระอุ โดยในวันที่ 21 ใช้เวลาราว 6 ชม. พี่น้องนักวิ่งชาวชุมพร ก็สามารถนำธงไตรรงค์ไปปักพักไว้ยังจุดหมายพิชิตภารกิจเส้นทาง 49.5 กม.ได้สำเร็จ

ภูริต พลาศัย ผจก.แผนกอบรมและวางแผนพัฒนากลยุทธ์ด้านการขาย บริษัท โตโยต้า ชุมพร สาขาแยกปฐมพร เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจตั้งแต่ทราบว่าทางโตโยต้าได้ร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งทางโตโยต้าชุมพร ถือว่าได้รับเกียรติให้มีโอกาสร่วมต้อนรับทีมงานนักวิ่งและถูกเลือกให้เป็นสถานที่เก็บพักธงชาติไทยผืนเดียวกับที่จะนำไปมอบให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยใช้จริงๆ ในพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์

“สำหรับผมมองว่านี่คือกิจกรรมระดับโลก จากการที่คนไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสวิ่งถือธงไตรรงค์ที่คนไทยมีความภาคภูมิใจไปถึง 4,606 กม. ถือเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคี ผมเชื่อว่าความตั้งใจของคนไทยทุกคนในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจให้นักกีฬาที่เป็นตัวแทนทีมชาติไทยที่เดินทางไปแข่งขันทุกคน”

ด้าน อลิษา เพชรรัตน์ ซึ่งร่วมวิ่งใน กม.แรกของวัน เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนร่วมวิ่งในกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ตนขอเป็นหนึ่งตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรขอส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคนคว้าชัยชนะได้รับเหรียญรางวัลกลับมา

ขณะที่ พัลลภ คำผิว พนักงานเทศบาลเมืองชุมพร อดีตนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นระดับจังหวัด เผยว่า ภูมิใจมากๆ กับการได้ร่วมวิ่งธงชาติไทย 1 กม. ตนขอให้น้องๆ ทุกคนมีความตั้งใจ เพียรพยายาม เอาความสำเร็จ เอาเหรียญทองกลับมาฝากแฟนๆ กีฬาชาวไทยเยอะๆ

สรุปหลังผ่านวันที่ 21 ของกิจกรรม “วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” พี่น้องนักวิ่งชาวไทยช่วยกันวิ่งพิชิตเส้นระยะทางไปแล้ว 1,580.6 กม. โดยในวันอาทิตย์ ที่ 18 เม.ย.64 จะเป็นวันที่ 22 ของกิจกรรม วิ่งกันต่อเนื่องจากปั๊มน้ำมันพีที (ห้างหุ้นส่วนจำกัด พีทีเขาพ่อตาหินช้าง) จ.ชุมพร ไปยัง สถานีบริการน้ำมันและแก๊สแอลพีจี พีที สาขาบางสะพาน 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 74.5 กม.

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรม รวมถึงรับชมการไลฟ์สด พร้อมเเสดงความคิดเห็นเเละส่งกำลังใจให้กับอาสาสมัครนักวิ่งพี่น้องชาวไทยเเละนักกีฬาไทยได้ที่เฟซบุ๊ก “Road to Tokyo 2020” ตลอดทั้งวัน รวมถึงสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมได้ผ่านช่องทาง www.stadiumth.com เเละเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/THStadium/

ด้านกิจกรรม “FLAG of Nation Virtual Run” วิ่งเสมือนจริง จากสถานที่ใดเเละเวลาใดก็ได้ ภารกิจที่เปิดโอกาสให้พี่น้องคนไทยทุกคนมาร่วมวิ่งพิชิต 1 ล้านกิโลเมตร ส่งต่อกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยคว้าชัยในโอลิมปิก โดยทุกๆ 1 กม. จะสมทบทุน 1 บาท สนับสนุนนักกีฬาทีมชาติไทย ล่าสุดวิ่งสะสมระยะทางไปแล้ว 670,480 กม. แล้ว โดยใครที่พลาดร่วมกิจกรรมวิ่งผลัดธงชาติไทยเเละกิจกรรม FUN RUN สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประวัติศาสตร์ “FLAG of Nation Virtual Run” ครั้งนี้ โดยสมัครเเละดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ https://bit.ly/webcheckraceOlympic2020 ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับเสื้อพร้อมเหรียญที่ระลึกอีกด้วย

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/worldsport/others/2070895
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/worldsport/others/2070895

ก็องเต้คุมกลาง,ฮาแวร์ตซ์ยืนหอก!คาด11ตัวจริงเชลซีฟัดแมนซิตี้ศึกเอฟเอคัพ

ก็องเต้คุมกลาง,ฮาแวร์ตซ์ยืนหอก!คาด11ตัวจริงเชลซีฟัดแมนซิตี้ศึกเอฟเอคัพ

 “สิงห์บลูส์” เชลซี ภายใต้การนำทัพของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล จะต้องเจออีกหนึ่งบททดสอบสุดหินของฤดูกาล เพราะคืนวันเสาร์นี้ พวกเขามีคิวดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม หลังจากที่เพิ่งฝ่าด่าน ปอร์โต้ เข้าสู่รอบตัดเชือกในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ และนี่คือโฉมหน้าทีมตัวจริงของ เชลซี สำหรับเกมนี้ในระบบ 3-4-2-1 ที่คาดการณ์โดย เดอะ ซัน สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี

 – ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้ 
  ถึงแม้ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ลงเล่นมาตลอดทุกรอบก่อนหน้านี้ แต่เมื่อมาถึงเกมสำคัญอย่างรอบตัดเชือก มีความเป็นไปได้สูงที่ ทูเคิ่ล จะเลือกใช้งานมือหนึ่งอย่าง เมนดี้ 

ก็องเต้คุมกลาง,ฮาแวร์ตซ์ยืนหอก!คาด11ตัวจริงเชลซีฟัดแมนซิตี้ศึกเอฟเอคัพ

 – แนวรับ : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เคิร์ต ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์  
  ซูม่า น่าจะได้คืนตัวจริง หลังจากที่ ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งเพิ่งกลับมาฟิตสมบูรณ์ ได้เล่นแบบเต็มๆ เกมในนัดที่เจอกับ ปอร์โต้ เมื่อคืนวันอังคาร ส่วนอีกสองรายจะยังคงเป็น รือดิเกอร์ กับ อัซปิลิกวยต้า เหมือนเดิม เนื่องจาก อันเดรียส คริสเตนเซ่น ยังไม่พร้อม 

 – วิงแบ็ก / มิดฟิลด์ตัวกลาง : รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ 
  มีแนวโน้มสูงที่ ทูเคิ่ล จะเลือกใช้ชุดเดิมจากเกมที่เจอกับ ปอร์โต้ โดย ก็องเต้ กับ จอร์จินโญ่ ยืนเป็นมิดฟิลด์คู่กลาง เนื่องจาก มาเตโอ โควาซิช ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ส่วนวิงแบ็กขวา-ซ้ายคงหนีไม่พ้น เจมส์ กับ ชิลเวลล์ ที่ฟอร์มกำลังดีทั้งคู่ 

ก็องเต้คุมกลาง,ฮาแวร์ตซ์ยืนหอก!คาด11ตัวจริงเชลซีฟัดแมนซิตี้ศึกเอฟเอคัพ

 – สองตัวรุก : เมสัน เมาท์, ฮาคิม ซิเย็ค 
  เมาท์ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงแน่นอน เพราะเขาน่าจะเป็นนักเตะที่ฟอร์มดีสุดของ เชลซี ณ เวลานี้ ส่วนอีกรายนั้น ทูเคิ่ล อาจจะเลือกใช้งาน ซิเย็ค ก่อน ถึงแม้ คริสเตียน พูลิซิช ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในสองเกมหลังสุด 

 – หัวหอกตัวเป้า : ไค ฮาแวร์ตซ์ 
  ฮาแวร์ตซ์ กำลังไปได้สวยในบทบาท False 9 และน่าจะได้รับบทบาทนี้ต่อไป แต่ก็แอบมีความเป็นไปได้เช่นกันที่ ทูเคิ่ล จะให้ ติโม แวร์เนอร์ ยืนหน้าเป้าแทน 
 

ก็องเต้คุมกลาง,ฮาแวร์ตซ์ยืนหอก!คาด11ตัวจริงเชลซีฟัดแมนซิตี้ศึกเอฟเอคัพ

– Subinho – 
 

ก็องเต้คุมกลาง,ฮาแวร์ตซ์ยืนหอก!คาด11ตัวจริงเชลซีฟัดแมนซิตี้ศึกเอฟเอคัพ

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/fa-cup/view/233535
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/fa-cup/view/233535