“ผู้ตัดสินไทย” กับการยกระดับก้าวสู่ทัวร์นาเมนต์ระดับโลก

ในอดีตเกือบ 2 ทศวรรษ ที่มีผู้ตัดสินไทย ได้ไปทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย นั่นก็คือ “เปาอั๋น” อ.ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ เคยทำหน้าที่ในฟุตบอลโลก 1998 จากนั้นในฟุตบอลโลก 2006 “เปาแป๊ก” ปรัชญา เพิ่มพานิช เคยทำหน้าที่เป็นไลน์แมน นั่นคือครั้งสุดท้ายของผู้ตัดสินไทยในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก

หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าเส้นทางก่อนที่ผู้ตัดสินจะก้าวไปถึงการทำหน้าที่ในแต่ละระดับนั้น จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มากกว่า 13 ปี ซึ่งสามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ เส้นทางสู่การเป็นสุดยอดผู้ตัดสินระดับโลก ต้องทำอย่างไร..? 

เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก

ปัจจุบัน (2021) ประเทศไทย มีผู้ตัดสิน ระดับ ฟีฟ่า อีลิต (FIFA Elite) จำนวน 3 คน แบ่งออกเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลชาย 2 คน คือ “เปาโค้ช” ศิวกร ภูอุดม และ “เปาสิงห์” มงคลชัย เพชรศรี ส่วนอีกคนคือ ผู้ตัดสินฟุตบอลหญิง “เปาษา” พรรษา ชัยสนิท ขณะที่ ผู้ช่วยผู้ตัดสินฟุตบอลชาย มีจำนวน 4 คน ประกอบด้วย ราวุฒิ นาคฤทธิ์, ธเนศ ชูชื่น, ภัทรพงศ์ กิจสถิตย์, อภิชิต โนพวน และผู้ช่วยผู้ตัดสินฟุตบอลหญิง 2 คน ประกอบด้วย สุภาวรรณ หินทอง และ นวลนิจ ดอนจังหรีด

แม้ทั้งหมดจะก้าวมาอยู่ในจุดสูงสุดของวงการผู้ตัดสินแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำหน้าที่ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้ เพราะทุกคนจะต้องผ่านการประเมินจากการทำหน้าที่ในฟุตบอลระดับนานาชาติ ระดับทวีป ในรอบ 4 ปี เสียก่อน อาทิ ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย, ฟุตบอลเอเชียน คัพ และฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก

สมาคมฯ ผลักดันให้ไปทำหน้าที่เมื่อมีการเรียกตัวมาให้มากที่สุด

โดยการทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอล ระดับทวีปรายการต่างๆ อย่างเช่น “เปาโค้ช” ศิวกร ภูอุดม ไปทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม หรือทำหน้าที่ในรายการ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U-23 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งล่าสุด

ซึ่งจะมีการเก็บคะแนนจากทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ในช่วงเวลา 4 ปี ตามรอบของฟุตบอลโลก จากนั้นจะคัดเอาผู้ตัดสินที่มีคะแนนดีที่สุด จำนวน 5 ชุด แบ่งเป็นผู้ตัดสิน 1 คน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 คน เป็นตัวแทนของทวีปเอเชีย ไปทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

แน่นอนเพื่อเป้าหมายสูงสุดของ “ผู้ตัดสินชาย” คือ การได้รับคัดเลือกให้ไปทำหน้าที่ในฟุตบอลโลก 2026 ที่แคนาดา, สหรัฐอเมริกา และ เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม ขณะที่ “ผู้ตัดสินหญิง” มีเป้าหมายที่จะผลักดันก้าวไปถึงระดับฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ที่จะจัดขึ้นในปี 2023 ที่ประเทศออสเตรเลีย

ข่าวแนะนำ

การอบรมที่ต่อเนื่อง

เพื่อให้สถาบันผู้ตัดสินของไทยมีพื้นฐานที่เข้มแข็ง การเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ตัดสินก้าวไปถึงเป้าหมายให้ได้แล้วนั้น สิ่งที่ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ให้ความสำคัญคือ การสร้างผู้ตัดสินสายเลือดใหม่ที่มีคุณภาพให้ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่จากรุ่นสู่รุ่น

โดยแผนระยะยาวที่สมาคมฯ ได้ดำเนินการยกระดับ ผู้ตัดสินไทยในประเทศอย่างต่อเนื่อง คือ การนำวิทยากรระดับฟีฟ่า และเอเอฟซี เข้ามาเปิดคอร์สอบรมผู้ตัดสินทั้งระบบ ไล่ตั้งแต่ ฟาฮัด อับดุลลาเยฟ อดีตผู้ตัดสินชื่อดังชาวอุซเบกิสถาน ที่ปัจจุบันเป็น ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินของฟีฟ่า และเอเอฟซี รวมถึง เดวิด เอลเลอร์เรย์ อดีตผู้ตัดสินที่เคยทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มาอบรมให้ความรู้ในส่วนของ VAR

จากเดิมที่ประเทศไทยจะได้รับโอกาสอบรมหลักสูตรต่างๆ ของผู้ตัดสิน แค่ปีละครั้ง แต่ตลอด 4 ปีหลังที่ผ่านมา เราสามารถจัดให้มีการเปิดการอบรมผู้ตัดสิน ได้ถึง 3-4 ครั้งต่อปี นอกจากในส่วนของผู้ตัดสินแล้ว ณ ปัจจุบัน อีกส่วนที่สมาคมฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญก็คือ ผู้ประเมินผู้ตัดสิน และวิทยากรอบรมผู้ตัดสิน ที่ในอดีตประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน ปัจจุบันก็ได้ยกระดับและเพิ่มจำนวนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งในส่วนของ ปรีชา กางรัมย์ ที่สามารถอบรมผู้ตัดสินในระดับนานาชาติ, แพรว สีหมากสุก ที่เป็นวิทยากรอบรมผู้ตัดสินด้านฟิตเนสของ AFC รวมถึง พัณณิภา คำนึง ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสินหญิงที่ AFC ประเทศมาเลเซีย

เส้นทางลัดผ่านโครงการ AFC Referee Academy

ขณะเดียวกันสมาคมฯ ยังให้สนับสนุนในการส่งผู้ตัดสินรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้าร่วมโครงการ AFC Referee Academy ที่ประเทศมาเลเซีย (ปัจจุบัน อบรมทางออนไลน์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด) เพื่อเป้าหมายในการสร้างผู้ตัดสินที่มีคุณภาพให้ก้าวไปสู่ผู้ตัดสินระดับอีลิต ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นทางลัดสำหรับผู้ตัดสินรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ เพราะเมื่อเสร็จสิ้นการอบรมดังกล่าวผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้เป็นผู้ตัดสินระดับอีลิตทันที ทั้งในส่วนของผู้ตัดสินชาย และผู้ตัดสินหญิง

สำหรับปัจจุบัน สถานะของผู้ตัดสินไทยที่มีชื่ออยู่ในทำเนียบผู้ตัดสินฟีฟ่า แยกเป็นระดับต่างๆ ดังนี้

ผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอีลิต

– ศิวกร ภูอุดม – ฟุตบอลชาย (2013-ปัจจุบัน)
– มงคลชัย เพชรศรี – ฟุตบอลชาย (2010-ปัจจุบัน)
– พรรษา ชัยสนิท – ฟุตบอลหญิง (2017-ปัจจุบัน)

ผู้ตัดสินระดับฟีฟ่า

– วรินทร สัสดี – ฟุตบอลชาย – (2016-ปัจจุบัน)
– สุนิตา ทองถวิล – ฟุตบอลหญิง – (2018-ปัจจุบัน)
– วิวรรธน์ จำปาอ่อน – ฟุตบอลชาย – (2018-ปัจจุบัน)
– สงกรานต์ บุญมีเกียรติ – ฟุตบอลชาย – (2019-ปัจจุบัน)
– ต่อพงษ์ สมสิงห์ – ฟุตบอลชาย – (2019-ปัจจุบัน)
– สุไพรี เทศถมยา – ฟุตบอลหญิง – (2021-ปัจจุบัน)

ผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอีลิต

– สุภาวรรณ หินทอง – ฟุตบอลหญิง – (2009-ปัจจุบัน)
– ธเนศ ชูชื่น – ฟุตบอลชาย – (2016-ปัจจุบัน)
– ภัทรพงศ์ กิจสถิตย์ – ฟุตบอลชาย – (2016-ปัจจุบัน)
– ราวุฒิ นาคฤทธิ์ – ฟุตบอลชาย – (2017-ปัจจุบัน)
– อภิชิต โนพวน – ฟุตบอลชาย – (2018-ปัจจุบัน)
– นวลนิจ ดอนจังหรีด – ฟุตบอลหญิง – (2018-ปัจจุบัน)

ผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับฟีฟ่า

– พูนสวัสดิ์ สำราญสุข – ฟุตบอลชาย – (2017-ปัจจุบัน)
– คมสันต์ คำแผ่น – ฟุตบอลชาย – (2018-ปัจจุบัน)
– ราเชนทร์ ศรีชัย – ฟุตบอลชาย – (2018-ปัจจุบัน)
– โชติระวีย์ ทองดวง – ฟุตบอลชาย – (2019-ปัจจุบัน)
– สุวิดา วงค์ไกรษร – ฟุตบอลหญิง – (2021-ปัจจุบัน)

ผู้ตัดสินฟุตซอลระดับฟีฟ่าอีลิต

– ยุทธกร ไม้เกตุ – ฟุตซอลชาย – (2010-ปัจจุบัน)
– พรณรงค์ ไกรรอด – ฟุตซอลชาย – (2017-ปัจจุบัน)
– เบญจพล หมู่เจริญทรัพย์ – ฟุตซอลชาย – (2018-ปัจจุบัน)

ผู้ตัดสินฟุตซอลระดับฟีฟ่า

– ปนัดดา โคตรเสนาภัทร – ฟุตซอลหญิง – (2019-ปัจจุบัน)
– ชลกาญจน์ เหลืองสอาด – ฟุตซอลชาย – (2019-ปัจจุบัน)

ผู้ตัดสินฟุตบอลชายหาดระดับฟีฟ่า

– ศุภฤทธิ์ อุตมา – ฟุตบอลชายหาดชาย – (2019-ปัจจุบัน)
– สุวัฒน์ วงศ์สุวรรณ – ฟุตบอลชายหาดชาย – (2011-ปัจจุบัน)

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/2016165
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/2016165