“ไวล์เดอร์” ลาจากอย่างฮีโร่

ซึ่งการปลดไวล์เดอร์ครั้งนี้เป็นการจากกัน ด้วยดีไม่ใช่มีปัญหาทะเลาะกัน แต่เป็นเรื่องของผลงานกันล้วนๆ

ข่าวแนะนำ

สโมสรกับไวล์เดอร์น่าจะคุยกันเรียบร้อย เพราะให้โอกาสมานานขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถพลิกฟอร์มการเล่นของ “ดาบคู่” ได้

จนสุดท้ายไวล์เดอร์ก็คงตัดสินใจหลีกทาง ให้สโมสร หาคนอื่นมาทำหน้าที่แทน เพื่อที่จะสามารถพลิกนรกพาทีมรอดตกชั้นได้ แม้ว่าจะยาก เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรก็ตาม

แม้ว่าก่อนหน้านี้เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เจ้าชายอับดุลลาห์ เจ้าของสโมสรเชฟฯยูไนเต็ด ได้ออกมาประกาศยืนยันว่าจะไม่มีทางปลดไวล์เดอร์ออกจากตำแหน่งแม้ว่าจะตกชั้นก็ตาม

แต่สุดท้ายทั้งสโมสรและไวล์เดอร์ก็คงไม่อยากยื้อ ไม่เช่นนั้นสโมสรจะเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์มากที่สุด

สำหรับไวล์เดอร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในฮีโร่ของแฟนบอล “ดาบคู่” เพราะสโมสรไม่มีทางก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ถ้าไม่มีไวล์เดอร์คุมทัพ

ไวล์เดอร์รับงานคุมทัพ “ดาบคู่” ในปี 2016 ซึ่งตอนนั้นอยู่ในลีกวัน โดยใช้เวลาเพียงแค่ฤดูกาลเดียวก็พาเชฟฯยูไนเต็ด ขึ้นชั้นมาเล่นใน เดอะแชมเปียนชิปทันที แถมยังทำสถิติสโมสรในเกมฤดูกาลดังกล่าวเก็บได้ถึง 100 คะแนน

ก่อนจะใช้เวลา 2 ปีพา “ดาบคู่” ขึ้นมาเล่น ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 ครั้งแรกในรอบ 13 ปี ด้วยการคว้ารองแชมป์เดอะแชมเปียนชิป

เท่านั้นยังไม่พอการกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีก อีกครั้ง “ดาบคู่” ก็สร้างเซอร์ไพรส์จบฤดูกาลด้วย อันดับที่ 9 ของตาราง ถือว่าเป็นอันดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนชื่อมาเป็นศึกพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม คนเขียนบทได้เขียนให้ไวล์เดอร์ รับบทพระเอกเพียงแค่ซีซันเดียวเท่านั้น พอมาฤดูกาลนี้กุนซือวัย 53 ปี ก็ต้องมารับบทอันโหดร้ายการเป็นดาวจรัสแสงที่อับโชค

ถ้าใครดูผลงานหรือคะแนนของ “ดาบคู่” ในฤดูกาลนี้หลายคนก็คงคิดว่าเล่นได้ย่ำแย่ไม่เอา อ่าวแน่นอน เพราะเก็บได้เพียงแค่ 14 คะแนนจาก 28 นัด มีคะแนนตามหลังอันดับ 17 ที่รอดตกชั้นอยู่อย่างไบรท์ตัน 12 คะแนน

แต่เชฟฯยูไม่ได้เล่นแย่เท่าไร เท่าที่ดูมีเกม ที่แพ้ขาดลอยเพียงแค่ไม่กี่นัดเท่านั้น เจอกับทีมใหญ่ ก็สร้างปัญหาให้เช่นกัน แถมยังสามารถเอาชนะ “ปิศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนกำลังฟอร์มร้อนแรงไปได้อีกด้วย

แม้ว่าสุดท้ายไวล์เดอร์จะต้องโบกมือลาถิ่นบรามอลล์เลนไปก่อนที่ตั้งใจไว้ โดยเจ้าตัวคุมทัพ “ดาบคู่” 227 นัด ชนะ 106 นัด เสมอ 47 นัด และแพ้ 74 นัด ถือว่าเป็นสถิติที่ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว

แต่เชื่อว่าสาวก “ดาบคู่” คงจะไม่ลืมชื่อของ “คริส ไวล์เดอร์” แน่นอน

ถึงตัวจะไม่อยู่คุมทัพแล้ว แต่ใจแฟนบอล “ดาบคู่” ก็ยังคิดถึงเสมอ

เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้แฟนบอลมีความสุขตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

จนกลายเป็นฮีโร่ในถิ่น “บรามอลล์เลน” ไปแล้ว.

มะระหวาน

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/2050127
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/2050127