เริ่มกระบวนการ

คือ รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย (เดิม ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์) อีกหนึ่งเป็นตำแหน่งใหม่เอี่ยมเพิ่มขึ้นมา รองผู้ว่าการฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และที่บอกว่าเป็นเรื่องภายในนั้น ก็ชัดเจนจากข้อหนึ่งของคุณสมบัติผู้สมัคร ต้องเป็นพนักงาน กกท. ซึ่งดำรงตำแหน่งนักบริหาร ระดับ 9 ผอ.ฝ่าย ผอ.สำนัก หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร เท่ากับคนนอกไม่มีสิทธิ์ ก็เฉพาะคนในเป็นเรื่องภายใน เป็นอำนาจหน้าที่ขอผู้บริหารองค์กรนั่นแหละ แต่ก็ยังเอาคนนอกมาร่วมพิจารณา ก็คงเพื่ออยากโชว์ความโปร่งใส มีหลักมีการหรือจะมองว่าลอยตัวก็มีสิทธิ์ ถ้าเป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ก่อสร้าง การตรวจรับ ใช้งบประมาณก้อนใหญ่ๆทำลักษณะนี้บ้างก็คงจะดี และเหมาะสมกว่ามาก

อย่างที่ว่าไว้แต่แรก ชื่อตำแหน่งรองผู้ว่าการ มีการปรับเปลี่ยนใหม่ ก็เนื่องจากโครงสร้างของ กกท.ใหม่ ที่เพิ่งมีการประกาศใช้โดยประกาศเป็นข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงานของ กกท. พ.ศ.2564 ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 ที่ผ่านมานี้เอง

ซึ่งจากบัญชีแสดงสายงานต่างๆของ กกท. ตามมติบอร์ด กกท. เมื่อ 30 ธ.ค.2563 ระบุว่ามี ผอ.ฝ่าย หรือเทียบเท่า ระดับ 9 อยู่ 16 อัตรา งั้นก็จะ อนุมานว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายจะสมัครได้มากสุด 19 คน ส่วนจะลดทอนลงไปก็อยู่กับเป็นมาแล้วถึง 2 ปี ตามระเบียบหรือไม่ รวมถึงจะยื่นสมัครจริงเท่าไหร่ก็ต้องรอดูกัน

และการยื่นเอกสารสมัคร แต่ละคนสามารถสมัครได้เพียงตำแหน่งเดียว จะเลือกสมัครเป็นรองผู้ว่าการฝ่ายไหนต้องระบุเลย ซึ่งก็จะมีหัวข้อการแสดงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันไปในบางข้อ

ส่วนคุณสมบัติ เงื่อนไข รวมถึงกระบวนการสอบ และแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งกำหนดไว้ในขั้นตอนสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ อันเป็นกระบวนการสุดท้าย มีขึ้นในวันที่ 29 มี.ค. ก่อนคณะกรรมการจะเสนอชื่อให้บอร์ด กกท. พิจารณาแต่งตั้งต่อไป ซึ่งก็ไม่ได้กำหนดว่าจะเสนอชื่อให้บอร์ดเลือกกี่คน แต่ก็เป็นที่สังเกตว่า ในรายละเอียดที่ประกาศออกมา ผู้ว่าการ กกท. ผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่อยู่ในส่วนของกระบวนนี้เลย ทั้งเรื่องเห็นชอบ หรือการปรึกษาหารือไม่มีระบุไว้ หรือจะสื่อว่านั่งอยู่บอร์ด กกท. ต้องรับรู้ในท้ายที่สุดอยู่แล้ว แต่ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่!!!

การหาตัวรองผู้ว่าการ กกท. 2 คนใหม่ ครั้งนี้ที่มีการระบุตำแหน่งลงไปตั้งแต่การสมัครนั้น เท่ากับว่าเป็นการเจาะจงหาตัวเฉพาะตำแหน่งนั้นๆ แต่ก็มีประเด็นที่น่าพิจารณาอยู่เหมือนกันว่า โครงสร้างปัจจุบันของ กกท. เป็นโครงสร้างใหม่อย่างที่ว่ามีการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารใหม่ แล้ว 3 คน ที่ดำรงตำแหน่งเดิมในปัจจุบันสมควรจะมีการจัดทัพใหม่หรือไม่

เนื่องจากโครงสร้างเปลี่ยน งานบางส่วนเปลี่ยน มีเพิ่มมีลดบ้าง บางฝ่ายสำคัญกว่าเดิมมาก คนปัจจุบันก็ทำไปแบบเดิมๆ ทั้งไม่มีสิทธิ์สลับมาใน 2 ตำแหน่ง ที่หากันอยู่มีคุณสมบัติไม่พอหรืออย่างไร

จะดีกว่าไหมหากใช้โอกาสนี้หา 2 เพื่อครบ 5 แล้วปรับทัพจัดสายงานของรองผู้ว่าการทั้ง 5 กันใหม่

เพื่อให้ตรงกับโครงสร้างใหม่มากที่สุด และนำไปสู่ประสิทธิภาพที่สูงสุด อันเป็นเป้าหมายสูงสุดเช่นกัน…

“เบี้ยหงาย”

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/others/2045687
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/others/2045687