หงส์หล่นที่6! แวร์เนอร์ซัดปิด-เชลซียุคทูเคิ่ลไร้พ่ายขยี้นิวคาสเซิ่ลขึ้นที่4แทน

หงส์หล่นที่6! แวร์เนอร์ซัดปิด-เชลซียุคทูเคิ่ลไร้พ่ายขยี้นิวคาสเซิ่ลขึ้นที่4แทน

โธมัส ทูเคิ่ล ยังทำเชลซีไร้พ่ายเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกันหลังเปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และติโม แวร์เนอร์ ซัดคนละเม็ดพา “สิงห์บลูส์” แซงลิเวอร์พูลที่หล่นไปอยู่อันดับ 6 ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 โดยมี 42 คะแนนเท่ากับเวสต์แฮมแต่ลูกได้เสียดีกว่า ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์, ลอนดอน

    เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายของวีกที่ 24 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล เกมนี้หาก “สิงห์บลูส์” คว้าสามแต้มได้จะแซง ลิเวอร์พูล และเวสต์แฮมขึ้นไปรั้งอันดับ 4 

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือสิงห์บลูส์นับแต่เข้ามาคุมทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังคุมไป 5 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 ไม่แพ้ทีมใด นัดล่าสุดบุกเอาชนะ บาร์นสลี่ย์ ได้ 1-0 ใน เอฟเอ คัพ รอบ 5 แมตช์นี้วางใช้ เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสาส่วนแนวรุกให้ แทมมี่ อับราฮัม เล่นหน้าเป้าโดยมี ติโม แวร์เนอร์ และเมสัน เมาน์ท ปั้นเกม ส่วนทางฝั่ง สตีฟ บรูซ นายใหญ่สาลิกา ไม่มี คัลลัม วิลสัน หัวหอกตัวเก่งทำให้ต้องส่ง ดไวท์ เกย์ล ล่าตาข่ายคู่กับ อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง

    เปิดฉากครึ่งแรกมาได้แค่ 3 นาที เชลซี ได้โอกาสทักทายก่อนหลัง โควาซิช จ่ายบอลออกซ้ายให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ซัดด้วยซ้ายเสาแรกแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ คาร์ล ดาร์โรว์

    นาที 7 “สิงห์บลูส์” ชวดได้ประตูขึ้นนำอีกคราวนี้บอลจากลูกเตะมุม เมสัน เมาน์ท เปิดมาเข้าหัว เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า สะบัดบอลจะเข้าอยู่แล้วแต่ไปติดหัว ดไวท์ เกย์ล ออกหลัง และต่อเนื่องจากลูกเตะมุม บอลไหลให้ เมสัน เมาน์ท ตักด้วยซ้ายไปให้ แทมมี่ อับราฮัม โขกหลุดเสาออกไป

    นาที 15 มัตเตโอ โควาซิช ตักบอลข้ามหัวแนวรับสาลิกาให้ แทมมี่ อับราฮัม หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปก่อนจะโดน จามาล ลาสเซลล์ส ที่พุ่งมากวาดโดนบอล ผู้ตัดสิน ปีเตอร์ แบ็งค์ส ไม่ว่าอะไรผายมือให้เล่นต่อไป ซึ่งจากจังหวะนี้ อับราฮัม ต้องให้ทีมแพทย์เข้ามาปฐมพยาบาลก่อนที่เจ้าตัวจะลุกมาเล่นต่อได้

    กระนั้น แทมมี่ อับราฮัม เล่นต่อไม่ไหว นาที 20 เชลซี ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกด้วยการให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงมาเล่นแทน

    เกมรุกของเจ้าถิ่นยังบุกเข้าใส่อย่างหนัก นาที 26 ได้ลุ้นจากจังหวะที่ อัซปิลิกวยต้า เปิดยาวไปให้ มาร์กอส อลอนโซ่ โขกชงเข้ากลางให้ ติโม แวร์เนอร์ สอดมายิงผ่านเสาไกลออกไปแบบได้เสียว

    นาที 31 หลังจากโหมบุกอยู่นาน “สิงห์บลูส์” มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากความยอดเยี่ยมของ ติโม แวร์เนอร์ ที่ลากจี้เข้าไปในกรอบก่อนหนี เอมิล คราฟธ์ แล้วหักเข้าไปในกรอบ 6 หลาจน คาร์ล ดาร์โลว์ ต้องปัดออกมา ทว่าไปเข้าทางปืน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ซ้ำด้วยซ้ายเต็มแรงเข้าไปไม่เหลือ

    อีก 3 นาทีถัดมา บอลชิ่งกันเร็วของเชลซีเกือบได้เม็ดที่สองนำห่าง มัตเตโอ โควาซิช ปาดเข้ามาให้ ติโม แวร์เนอร์ สอดเข้ามาตวัดยิงด้วยขวา แต่บอลโดนไม่เต็มใบเลยเหินคานออกไป

    กระนั้น นาที 39 ติโม แวร์เนอร์ มาพังประตูที่สองให้ เชลซี นำห่าง 2-0 จนได้ บอลจากลูกคอนเนอร์ทางด้านขวา เมสัน เมาน์ท เปิดมากลางประตู เอมิล คราฟธ์ โขกสกัดไม่ดีไปแฉลบ จามาล ลาสเซลล์ส ก่อนกระดอนไปเข้าทาง แวร์เนอร์ ที่ตามซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือแม้ คาร์ล ดาร์โลว์ จะควักบอลออกมาแต่บอลข้ามเส้นไป ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แต่ไม่มีปัญหายืนยันให้เจ้าถิ่นได้ประตู

    จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ นิวคาสเซิ่ล 2-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง ทีมเยือนโหมบุกกดดันอย่างน่ากลัว และได้โอกาสยิงถึงสองครั้งจาก ดไวท์ เกย์ล และลูกยิงไกลของ จอนโจ้ เชลวี่ ในนาที 48 แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า

    นาที 53 อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ใช้ความเร็วเล่นงานแนวรับสิงห์บลูส์ก่อนพาบอลถึงเส้นหลังแล้วปาดมาเสาแรกให้ โจ วิลล็อค ยิงหลุดเสาออกไป

    นาที 70 เมสัน เมาน์ท แทงบอลให้ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย หลุดถึงเส้นหลังแล้วปาดเลียดไปติดปลายมือ คาร์ล ดาร์โลว์ ก่อนผ่านหน้าประตูโล่งๆไม่มีแข้งเจ้าถิ่นตามเข้าชาร์จ

    นาที 79 ก็องเต้ ที่ลงมาเป็นสำรองไหลบอลให้ รีซ เจมส์ อัดด้วยขวาเต็มแรงแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านสาลิกา

    ท้ายเกม นิวคาสเซิ่ล บี้อย่างหนักเพื่อหวังตีไข่แตก แต่บอลก็ยังไม่ผ่านแนวรับของสิงห์บลูส์ จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ไปแบบสนุก 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ แซงลิเวอร์พูล และเวสต์แฮม ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 แทนโดยมี 42 คะแนนเท่ากับ เวสต์แฮม แต่ลูกได้เสียดีกว่า ขณะที่แชมป์เก่า “หงส์แดง” หล่นไปรั้งอันดับ 6 แล้ว
    
    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

     เชลซี (3-4-2-1) : เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.78), จอร์จินโญ่, มัตเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เมาน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.70), ติโม แวร์เนอร์ – แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.20)

     ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

     นิวคาสเซิ่ล (4-3-1-2) : คาร์ล ดาร์โลว์ – เอมิล คราฟธ์, จามาล ลาสเซลล์ส, คีแรน คล้าร์ก, จามาล ลูอิส – โจ วิลล็อค (แอนดี้ แคร์โรลล์ น.79), อิซัค เฮย์เด้น, จอนโจ้ เชลวี่ – มิเกล อัลมิร่อน – ดไวท์ เกย์ล (โชลินตอน น.64), อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง (ไรอัน เฟรเซอร์ น.72)

     ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

     ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบ็งค์ส

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/225840
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/225840