วิเคราะห์โค้งสุดท้าย พรีเมียร์ลีก อาจเหลือ 3 ทีมลุ้นแชมป์

1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ข่าวแนะนำ

เริ่มต้นกันด้วยทีมแรก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สถานการณ์ล่าสุดในตารางคะแนน ของพวกเขา (อัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 64) “เรือใบสีฟ้า”ยังคงนำเป็นจ่าฝูง ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ลงเล่นไปแล้ว 23 นัด ชนะ 16 เสมอ 5 และแพ้ไปแค่ 2 นัด มี 53 คะแนน ต้องบอกเลยว่าทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมชาวสเปน มีโอกาสมากที่สุดที่จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของแดนผู้ดีประจำฤดูกาลนี้มาครอง เนื่องจากมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา แข็งแกร่งทุกตำแหน่ง และนักเตะทุกคนก็ท็อปฟอร์มกันแบบสุดๆ การเล่นแบบเข้าขารู้ใจในแต่ละพื้นที่ขอสนามคือจุดสำคัญที่ทำให้เรือใบสีฟ้าลำนี้ใกล้ที่จะแล่นถึงจุดหมายเต็มที เริ่มต้นกันที่แผงหลัง จอห์น สโตนส์ ยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งที่ตอนแรกดูเหมือนว่าเขาเตรียมที่จะถูกปล่อยออกจากถิ่นเอติฮัด สเตเดียม อยู่แล้วด้วยซ้ำ และยิ่งมาได้จับคู่กับปราการหลังฝีเท้าเยี่ยมอย่าง รูเบน ดิอาส ก็เป็นอะไรที่ลงตัวแบบสุดๆ ผลัดกันดักบอล ผลัดกันเข้าปะทะ ทำให้แนวรุกของทีมคู่แข่งต้องเจอกับความยากลำบากในการที่จะเจาะกำแพงหินเข้าไปทำประตู ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งฝั่งซ้ายและขวาอย่าง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก และ ชูเอา คันเซโล ก็เติมเกมบุกได้อย่างดุดันแต่ก็ยังคงเหนียวแน่นในเกมรับ

ขยับมาที่แผงกองกลางก็มี โรดรี เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ คอยสกรีนบอลก่อนถึงแผงหลังได้เป็นอย่าง โดยมี อิลคาย กุนโดกัน คอยช่วยงาน แต่ กุนโดกัน ก็ยังช่วยขึ้นไปเติมเกมบุกและทำประตูได้มากมายเช่นกัน ทั้งสองคนมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนจนทำให้แผงมิดฟิลด์แข็งแกร่งมากๆ ส่วนตัวรุกก็มีความจัดจ้านสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น แบร์นาโด ซิลวา, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส ที่ปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งจนจับทางได้ยาก เพราะทั้งหมดสามารถหมุนเวียนตำแหน่งกันเล่นได้อย่างไหลลื่นนั่นเอง ส่วนที่เจ็บอยู่อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการพาทีมมาถึงจุดนี้และใกล้ที่จะกลับมาช่วยทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาลเต็มทีแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้ เรือใบสีฟ้า โหดขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ! ดังนั้นคงต้องยกให้ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 อย่างไม่ต้องสงสัย

โปรแกรม 5 นัดต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

17 ก.พ. 64 : เอฟเวอร์ตัน (เยือน)
21 ก.พ. 64 : อาร์เซนอล (เยือน)
27 ก.พ. 64 : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เหย้า)
6 มี.ค. 64 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า)
13 มี.ค. 64 : ฟูแลม (เยือน)

2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เป็นอีกทีมที่ยังจะพอมีโอกาสเบียดลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ สำหรับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ สถานการณ์ล่าสุดในตารางคะแนนของพวกเขา รั้งอันดับ 2 ของตาราง ลงเล่นไปแล้ว 24 นัด ชนะ 13 เสมอ 7 และแพ้ไป 4 นัด มี 46 คะแนน ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากไม่น้อยที่ไล่ตาม เรือใบสีฟ้า ได้ทัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในเวลานี้ของ ปิศาจแดง ก็คือฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยคงเส้นคงวา มีสะดุดแพ้บ้าง เสมอบ้าง ซึ่งทีมที่ต้องการจะลุ้นแชมป์สิ่งสำคัญก็คือการคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่อง เพราะแต่ละแต้มนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าพวกเขาสะดุดและ แมนฯ ซิตี้ ชนะ แต้มมันก็จะยิ่งห่างไปเรื่อยๆ ดังนั้น โซลชาร์ ต้องพยายามปลุกเร้าลูกทีมให้รักษาความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นให้ได้ พยายามเก็บ 3 แต้ม และต้องลุ้นให้ เรือใบสีฟ้า พลาดท่าทำแต้มหล่นบ้างเท่านั้นเอง

พูดถึงขุมกำลังของ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้เป็นรองทีมอื่นๆ มากนัก แต่ผู้เล่นแต่ละคนกลับโชว์ฟอร์มสามวันดีสี่วันไข้ บางนัดก็เล่นดีใจหาย บางนัดก็ฟอร์มออกทะเลไปแบบดื้อๆ โดยนักเตะที่ผลงานดีและสม่ำเสมอก็มีแค่ บรูโน เฟอร์นันเดส, ลุค ชอว์, อารอน วาน-บิสซากา และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เท่านั้นเอง ส่วนคนอื่นๆ อย่างเช่น มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์เชียล ต้องปรับทัศนคติในการเล่นอย่างเร่งด่วน แรชฟอร์ด ควรจะเล่นบอลให้น้อยจังหวะกว่านี้ บางครั้งเขามีโอกาสที่ดีมากๆ ในการลุ้นทำประตูแต่ด้วยความยึกๆ ยักๆ ทำให้เขาต้องเสียโอกาสไปในหลายๆ ครั้ง และที่สำคัญควรแสดงถึงความใจกว้าง จ่ายให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าบ้าง ส่วน อองโตนี มาร์เชียล ก็ควรจะทุ่มเทให้เต็มที่มากกว่านี้ แต่ละครั้งที่เขาทำเสียบอลเขาจะไม่ค่อยไล่ตาม แต่ละเกมวิ่งน้อยมาก และสิ่งหนึ่งทีทั้งคู่ต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุดก็คือการจบสกอร์ ถ้าเพิ่มความเฉียบคมให้มากกว่านี้ก็จะทำให้ทีมได้ประโยชน์จากทั้งคู่ ไม่ใช่รอแค่ให้ บรูโน เฟอร์นันเดส คอยเป็นเดอะแบกแทบทุกนัดอย่างที่เป็นอยู่ ถ้าแก้ไขได้อย่างรวดเร็วก็อาจจะทำให้ปิศาจแดงมีลุ้นมากขึ้น นอกจากนี้กองหลังอย่าง วิคตอร์ ลินเดลเลิฟ กับ แฮร์รี แม็คไกวร์ ก็ควรมีสมาธิและเล่นให้เข้าขารู้ใจกันมากกว่าที่เป็นอยู่ ลินเดเลิฟ ปฏิกิริยาค่อนข้างช้า บางทีทีมต้องเสียประตูเนื่องจากคู่แข่งมีความเร็วมากกว่าเขาในการโฉบมายิงหรือสอดมาโหม่ง ขณะที่ แม็คไกวร์ ก็มักจะมีปัญหาในการเจอกับนักเตะที่มีความเร็วสูง ดังนั้นทั้ง 2 คน ต้องช่วยกัน หากหวังให้ทีมมีเกมรับที่ดีกว่านี้ เพราะพวกเขาเสียไปแล้วถึง 31 ประตูในลีกซีซั่นนี้นั่นเอง ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งจะเสียไปแค่ 14 ประตูเท่านั้นเอง

โปรแกรม 5 นัดต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

21 ก.พ. 64 : นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (เหย้า)
28 ก.พ. 64 : เชลซี (เยือน)
6 มี.ค. 64 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เยือน)
13 มี.ค. 64 : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เหย้า)
20 มี.ค. 64 : คริสตัล พาเลซ (เยือน)

3.เลสเตอร์ ซิตี้

ถือเป็นอีกทีมที่น่าจับตามองในการลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ สำหรับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ สถานการณ์ล่าสุดในตารางคะแนนของพวกเขา อยู่อันดับ 3 ของตารางก็จริง แต่มี 46 คะแนนเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 2 แต่ประตูได้เสียของปิศาจแดงดีกว่า ข้อดีของ จิ้งจอกสยาม ภายใต้การคุมทัพของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คือมีสไตล์การเล่นที่ชัดเจน วิ่งสู้ฟัด ไล่บี้คู่แข่งทุกจังหวะ และที่สำคัญคือการโต้กลับเร็วของพวกเขานั้นน่ากลัวเอามากๆ การต่อบอลเพียงไม่กี่จังหวะบางทีก็ทำให้พวกเขาได้ประตูแล้ว โดยเฉพาะการจ่ายบอลทะลุแนวรับคู่แข่งไปให้บรรดาแนวรุก รวมถึง เจมี วาร์ดี ใช้ความเร็วไปทำประตูนั้นเป็นอะไรที่หยุดได้ยากจริงๆ แม้ว่าคู่แข่งก็รู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาจะเล่นแบบนี้ก็ตาม

ในด้านขุมกำลังก็ถือว่าไม่ธรรมดา ตำแหน่งกองหลัง จอนนี อีแวนส์ ก็ประสานงานในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กกับ คักลาร์ โซยุนคู ได้อย่างลงตัว ขยับขึ้นมาที่แดนกลาง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี คือห้องเครื่องของทีมอย่างแท้จริง ทำได้ดีทั้งเกมรับและเกมรุก ตัดบอลไล่แย่งบอลในแดนกลางเก่งมาก แถมยังจ่ายบอลได้อย่างทะลุทะลวงอีกต่างหาก ขณะที่ เจมส์ แมดดิสัน ก็อยู่ในช่วงขาขึ้นแบบสุดๆ สร้างสรรค์เกมได้อย่างสุดยอด โดยมี ยูริ ติเลอมองส์ อีกคนที่เจ๋งไม่แพ้กัน ส่วนแนวรุกก็มี เจมี วาร์ดี กับ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ที่มีความเร็วสูงปรี๊ดคอยขยี้คู่แข่ง น่าติดตามจริงๆว่า สุดท้ายแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ จะจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่เท่าไร

โปรแกรม 5 นัดต่อไปของ เลสเตอร์ ซิตี้

21 ก.พ. 64 พบ แอสตัน วิลลา (เยือน)

28 ก.พ. 64 พบ อาร์เซนอล (เหย้า)

6 มี.ค. 64 พบ ไบรจ์ตัน (เยือน)

13 มี.ค. 64 พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า)

20 มี.ค. เบิร์นลีย์ (เยือน) 

ผู้เขียน: PUNABBEY

กราฟิก: Theerapong.c.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2032595
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2032595