ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! “เมด อิน ซัลซ์บวร์ก” แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล, “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี และ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กำลังตกเป็นข่าวว่าสนใจอยากเซ็นสัญญากับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งจากสโมสรแอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวประมาณ 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,520 ล้านบาท)

 สำหรับ อูปาเมกาโน่ เติบโตเป็นนักเตะดาวรุ่งชั้นดีสมัยที่เล่นให้กับ  เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก  ทีมดังในลีกสูงสุดประเทศออสเตรีย ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับ ไลป์ซิก และดูเหมือนว่าเขากำลังเตรียมตัวที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ โดยทีมชั้นนำที่พร้อมทุ่มเงินเพื่อนำตัว แนวรับวัย 22 ปีไปเสริมทัพ

 บาเยิร์น พยายามที่จะคว้าตัว อูปาเมกาโน่ ไปร่วมทีม แต่ดูเหมือนว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ สนใจอยากไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล มากกว่า เพราะเขาต้องการที่จะได้เล่นร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งชาวดัตช์

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

 หาก “เดอะ เร้ดส์” ได้นักเตะไปร่วมทีมนั่นหมายความว่าจะมีผู้เล่นที่เป็นผลผลิตจาก ซัลซ์บวร์ก ย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์เพิ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็มีทั้ง ซาดิโอ มาเน่, นาบี เกอิต้า และ ทาคุมิ มินามิโนะ 

 นอกจากสามนักเตะที่ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว ยังมีอีกหลายคนที่เป็นผลผลิตจาก ซัลซ์บวร์ก ที่ไปโลดแล่นกับทีมต่างๆ อย่างเช่น โดมินิค โซบอสซ์ไล มิดฟิลด์ที่ย้ายไปเล่นกับ ไลป์ซิก, สเตฟาน ไลเนอร์ แบ็กขวา และ ฮันเนส โวล์ฟ (ยืมตัว) ย้ายไปเล่นกับ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ซึ่งรายหลังเป็นผลผลิตโดยตรงจากอะคาเดมี่ของ ซัลซ์บวร์ก

 ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าฟอร์มกระฉูด ที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตกกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เคยใช้เวลา 1 ซีซั่นกับ ซัลซ์บวร์ก ด้วยวัยเพียง 19 ปี ส่วน อามาดู ไฮดาร่า กองกลาง ไลป์ซิก ก็เคยค้าแข้งกับซัลซ์บวร์ก ตอนอายุ 18 ปี ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าจนได้ย้ายไปอยู่กับทีมดังในลีกเบียร์

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

 ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการได้เล่นกับ ซัลซ์บวร์ก มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาฝีเท้าของนักเตะเหล่านี้ เช่นเดียวกับ อูปาเมกาโน่ ที่ย้ายมาอยู่กับศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมในวัย 16 ปีก่อนจะได้ย้ายไปโชว์เพลงแข้งให้กับ ไลป์ซิก ในปัจจุบัน

 แล้วอะไรคือเคล็ดลับของ ซัลซ์บวร์ก ในการปลุกปั้นนักเตะธรรมดาๆ ให้กลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมขึ้นมาในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ?

 ทั้งหมดนี้เริ่มมาจากศูนย์เยาวชนของซัลซ์บวร์ก ซึ่งพวกเขามี เอฟซี ไลเฟอร์ริง ทีมระดับดิวิชั่น 2 ของออสเตรียที่เป็นเหมือนทีมสำรองของ ซัลซ์บวร์ก โดยก่อนหน้านี้ทั้ง ไฮดาร่า กับ อูปาเมกาโน่ ก็เคยถูกส่งไปหาประสบการณ์ในการเล่นกับที่นั่นมาแล้ว

 อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ ซัลซ์บวร์ก กลายเป็นสโมสรแกร่งนั่นก็คือปรัชญาของทีม โดย แมนเฟร็ด แพมมิงเกอร์ ซีอีโอของศูนย์อะคาเดมี่เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และเอฟซี ไลเฟอร์ริง กล่าวว่า “ปรัชญาในการฝึกซ้อมและลงแข่งมีความตายตัว โค้ช, ลูกจ้าง และนักเตะทุกคนต้องปฏิบัติตามแนวคิดนี้ นี่คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของเรา”

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

 กลยุทธ์หลักของสโมสรก็คือการเสริมทัพด้วยการดึงนักเตะระดับเยาวชนอายุตั้งแต่ 14-20 ปีมาร่วมทีม และจัดการพัฒนาฝีเท้าของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องความว่องไว, ความฉลาด, สภาพร่างกาย, ความแข็งแกร่งด้านจิตใจ และมุ่งมองทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้พวกเขามีแรงขับเคลื่อนอย่างมากในการเล่นฟุตบอล

 นอกจากนี้ยังมีการผสนผสานด้วยการนำเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการปรับปรุงคุณภาพของนักเตะตามที่พวกเขาต้องการ และการยึดนโยบายแบบเก่าๆ นั่นก็คือสั่งห้ามสวมหมวกแก๊บและเล่นมือถือในช่วงรับประทานอาหารเย็น รวมทั้งจำกัดขนาดของทีวีในห้องพักของศูนย์เยาวชนโดยให้ใช้แค่ขนาด 40 นิ้วเท่านั้น

 “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราใช้ในการฝึกซ้อมและทดสอบที่ศูนย์เยาวชนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับสไตล์การเล่นของเรา ความรวดเร็วว่องไวเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเรา ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญ และสิ่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานของอุปกรณ์ที่เราใช้ด้วย เราโฟกัสไปที่การพัฒนากระบวนการคิดด้วย เพราะมันมีประโยชน์มากๆ และเรายังมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนานักเตะของเราให้ดียิ่งขึ้น “ แพมมิงเกอร์ กล่าว 

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

 ซัลซ์บวร์ก ได้รับการยกย่องอย่างมากในการพัฒนานักเตะให้มีความคิดฉับไวสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะได้สุดยอด และมีทักษะในการใช้เท้าได้ดี โดยทั้งหมดนี้มาจากการฝึกซ้อมที่ใช้ระบบเสมือนจริง (Virtual Reality) หรือที่เรียกว่า “360 Soccerbot” เพื่อใช้ในการทดสอบการตัดสินและเทคนิคของนักเตะ

 ระบบนี้จะเป็นการซ้อมทักษะต่างๆ ในห้องจำลองที่เป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยหน้าที่กั้นเป็นขอบจำนวน 32 ชิ้น โดยมันจะมีการแสดงผลแบบสามมิติ และมีกล้องที่อยู่ด้านบนจะคอยตรวจจับว่านักเตะมีความเร็ว และส่งบอลได้แม่นยำแค่ไหน ยิงประตูได้ดีไหน ใช้เท้าข้างไหน และยังเช็คว่านักเตะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีไหม ซึ่งแน่นอนว่านักเตะทุกคนจะต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในขณะที่ทำการประเมินผลงานจากทุกมุม

  ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อทำการพัฒนาสภาพร่างกาย และกระบวนการคิด อย่างเช่นการเลือก และการตัดสินใจ สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือระบบ Soccerbot ยังสามารถนำสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นจากแมตช์การแข่งขันที่ผ่านมา เพื่อให้นักเตะได้หวนนึกถึงฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา และเรียนรู้จากสิ่งที่พวกเขาทำผิดพลาด 

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

 “คุณสามารถส่งผ่านสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในการแข่งขันเข้าไปในซอคเก้อร์บอต และจากนั้นก็รีเพลย์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่นักเตะเคยตัดสินใจผิดอย่างเช่นการผ่านบอล เพื่อเวลาที่พวกเขาฝึกซ้อมจะสามารถตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีกว่าที่เคยทำ” แพมมิงเกอร์ กล่าว 

  นอกจากนี้สโมสรยังมีศูนย์กีฬาสำหรับอะคาเดมี่ที่ไลเฟอร์ริง โดยศูนย์ฝึกแห่งนี้เปิดเมื่อปี 2014 บนเนื้อที่ 12,000 ตารางเมตร พร้อมกับมีนักเตะเยาวชนถึง 200 คนจาก 7 ประเทศ และมีทีมสตาฟฟ์ 120 ชีวิตที่คอยดูแล รวมทั้งระบบคอมพิวเตอร์อีกมากมาย

 ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จาก 6 สนามกลางแจ้งซึ่งเป็นสนามที่ใช้เล่นทีมละ 5 คน และสนามในร่ม, ศูนย์ซอคเก้อร์บอต, โรงยิม, ลานฝึกวิ่งสปรินท์ จะถูกนำมารวบรวม และทำการวิเคราะห์นักเตะแต่ละคน เพื่อที่จะทำให้โค้ชสามารถลงความเห็นเกี่ยวกับคุณภาพในการเล่น, การวิ่งระยะสั้น และระยะยาว

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

  บทพิสูจน์ว่าสิ่งที่ ซัลซ์บวร์ก ทำสำเร็จมากแค่ไหนให้ดูผลงานในสนาม โดยพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ออสเตรีย บุนเดสลีกา ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการผ่านไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และทีมเยาวชนคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูธ ลีก เมื่อปี 2017 

 นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเม็ดเงินที่สโมสรได้รับในตลาดซื้อขายนักเตะ โดยมีผู้เล่นชั้นนำของทีมได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรในเครือเดียวกันอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งรวมทั้ง เกอิต้า ที่ย้ายไปด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ในปี 2016 (ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอดน์ประมาณ 2,090 ล้านบาท) และ อูปาเมกาโน่ ซึ่งย้ายไปด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ (ราว  342 ล้านบาท) ในปี 2017 รวมทั้ง โซบอสซ์ไล ที่เพิ่งซบทีมด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ (ราว 684 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคม

 ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซัลซ์บวร์ก สร้างกำไรจากตลาดพ่อค้าแข้งมากกว่า 236 ล้านปอนด์ (ราว 8,968 ล้นาบาท) จากการเปิดเผยของ transfermarkt.com เว็บไซต์แนวประเมินผลงานและค่าตัวของนักฟุตบอลทั่วโลก

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

  กุญแจที่ทำให้ ซัลซ์บวร์ก ประสบความสำเร็จในการขายนักเตะก็คือพวกเขาได้มีการเตรียมการผู้เล่นเอาไว้เป็นอย่างดี ทำให้นักเตะเหล่านี้เหมาะกับการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ โดยผู้เล่นจะถูกฝึกซ้อมให้สามารถรับมือกับสไตล์การเล่นที่วิ่งไล่บีบเอาบอลคืนมาให้เร็วที่สุด และมีการเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าทีมชั้นนำในยุโรปมักเล่นแบบนี้

 นั่นจึงเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ว่าทำไม เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ลิเวอร์พูล ถึงชื่นชอบนักเตะที่ผลิตจาก ซัลซ์บวร์ก (Made in Salzburg) “นักเตะของเราต้องเน้นวิ่งเร็ว นั่นเป็นระบบการเล่นที่เราออกแบบขึ้นมา และในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ 90 เปอร์เซนต์จะเน้นการวิ่งสปรินท์ไม่เกิน 20 เมตร” แพมมิงเกอร์ กล่าว

 เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ศูนย์อะคาเดมี่มีการพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกวิ่งสปรินท์ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ โดยระบบจะทำการปรับเปลี่ยนความตึงของเชือกที่รัดนักเตะ นั่นจะทำให้ผู้เล่นต้องใช้แรงเยอะมากเพื่อที่จะทำการวิ่งดริลล์ให้สำเร็จ ซึ่งนี่คือการสร้างพละกำลังให้กับกล้ามเนื้อขา 

ถาม ลิเวอร์พูล ได้เลย ! "เมด อิน ซัลซ์บวร์ก" แบรนด์ลูกหนังที่ทีมชั้นนำปรารถนา

 ขณะที่ในโรงยิม ทุกๆ การเคลื่อนไหวเวลายกเวท และการเล่นบาร์เบล จะถูกติดตามด้วยกล้องอินฟราเรดเพื่อที่มันจะทำการคำนวณว่านักเตะต้องสร้างกล้ามเนื้อให้เหมาะสมในการฝึกซ้อม และลงสนามจริง 

 “เรามั่นใจว่านักเตะของเราซึ่งไม่มีอะไรต้องสงสัยว่าเต็มไปด้วยพรสวรรค์ชั้นยอดเมื่อพวกเขาย้ายเข้ามาอยู่กับเรา จากนั้นนักเตะเหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นผู้เล่นอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ ซึ่งต้องขอบคุณการทำงานและอุปกรณ์ทั้งหมดของเราจริงๆ” แพมมิงเกอร์ ระบุ

 ด้วยเหตุนี้คำว่า “เมด อิน ซัลซ์บวร์ก”  (Made in Salzburg) จึงเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงมากๆ ในวงการฟุตบอลยุโรป จริงไหม !

    ทอมเม้ง

ขอบคุณ : dailymail.co.uk

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/bundesliga/view/225355
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/bundesliga/view/225355