Trivela : เบื้องหลังท่ายิงที่ปั่นไซด์ก้อยที่โลกรัก (แต่โค้ชไม่รัก) ของ “กวาเรสม่า”

การยิงหรือเปิดบอลด้วยข้างเท้าด้านนอกคือเทคนิคที่นักเตะหลายคนชื่นชอบและใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ถ้าจะถามว่าใครคือซิกเนเจอร์ หรือนักเตะที่ใช้ลูกเตะแบบนี้ได้จนเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด? คำตอบ คือ นักฟุตบอลที่ชื่อว่า “ริคาร์โด้ กวาเรสม่า”

และนี่คือเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้ท่านี้กลายเป็นท่าประจำตัวและถูกเรียกว่า “กวาเรสม่าส ไตรเวล่า” (Quaresma Trivela)

อะไรที่ทำให้เขาเตะด้วยท่านี้ได้โคตรแม่นและโคตรแรง? แต่เหตุใด.. ทำไมท่านี้เหล่าโค้ชจึงส่ายหัวไม่ชอบใจ? ติดตามเรื่องราวได้ที่นี่

เมด อิน สปอร์ติ้ง 

ปัจจุบัน ปอร์โต้ และ เบนฟิก้า อาจจะขึ้นชื่อในเรื่องการสร้างนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีสัญชาติโปรตุเกส ทว่าย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีก่อน พวกเขายังทำได้ไม่เท่ากับที่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำ… นี่คือทีมที่มีระบบอคาเดมี่ที่แข็งแกร่งและผลิตนักเตะระดับบัลลงดอร์มาแล้วถึง 2 คน ได้แก่ หลุยส์ ฟิโก้ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 

“ความพยายาม, ความมุ่งมั่น, การอุทิศตน และ ความรุ่งโรจน์” คือสโลแกนที่เด็ก ๆ ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้โตเป็นหนุ่ม พวกเขาหลายคนจึงเติบโตขึ้นมาอย่างมีความพากเพียรพยายามและที่สำคัญ คือ แต่ละคนล้วนมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป แม้จะมีคนไปถึงบัลลงดอร์ 2 ราย แต่ยังมีอีกเยอะที่โตขึ้นมาเป็นนักเตะที่ดี และมีลักษณะการเล่นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์หนึ่งในนั้น คือ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า

1

นักเตะตำแหน่งริมเส้นที่เกิดก่อน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 18 เดือน เขาคือผู้แบกความหวังของสโมสรไว้บนบ่าก่อนที่ โรนัลโด้ จะได้รับ และถูกยกย่องว่ามีพรสวรรค์มากกว่าในช่วงวัยเด็ก

อย่างที่เรารู้กันว่าเมื่อเติบโตขึ้น โรนัลโด้ ทิ้งห่าง กวาเรสม่า ไปไกล ทว่า กวาเรสมา ยังคงเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่ได้ลงสนาม เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำให้แฟนบอลเข้าใจว่าทำไมโปรตุเกสจึงถูกเรียกว่า “บราซิล แห่ง ยุโรป”  

โรนัลโด้ อาจจะมุ่งมั่นขยันมองตัวเองไปยังจุดสูงสุดเสมอ แต่ กวาเรสม่า นั้นแตกต่างเขาคือศิลปินที่ไม่มีใครบังคับให้ทำอะไรได้เหมือนกับนักเตะบราซิลที่ต้องการอิสระในการเล่น เมื่อเขาไม่มีปลอกคอ ถูกปล่อยให้มีอิสระและเล่นอย่างมีความสุข กวาเรสมา คือปีศาจ… นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ด้วยคำพูดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 

“ผมรู้จัก กวาเรสม่า มาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเป็นไอดอลของผม เขาเป็นคนที่หยิ่งและทะนงตัวมาโดยตลอดตั้งแต่ผมรู้จักเขา เขาดังตั้งแต่ยังเด็ก เขาไม่ค่อยคุยกับใครมากนัก แต่บอกก่อนนะว่าไม่ใช่ไม่ดี ทุกคนย่อมมีวิถีของตัวเอง และเขาก็เติบโตมาในแบบที่ยากจะจัดการ แต่ผมไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะ นั่นคาแร็คเตอร์ของเขาเฉยๆ เเต่เมื่อเข้ากับสังคมเขาวางตัวดี ถ่อมตัวเสมอ และไม่ค่อยทำให้ใครลำบากใจ”  โรนัลโด้ ในวัย 18 ปี พูดถึงรุ่นพี่ของเขาอย่าง กวาเรสม่า 

2

ขณะที่ กวาเรสม่า ก็เข้าใจดีว่าการเป็นคนที่ควบคุมยากทำให้เขาไปไม่สุดบนเส้นทางฟุตบอล ทว่าเขาก็ภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และดีใจที่สุดท้ายแล้วอย่างน้อย ๆ เขาก็ได้เป็นตัวเอง และได้รางวัลมากมายแบบที่ใครหลายคนทำไม่ได้ 

“ผมค่อนข้างขี้อาย เรียบง่าย และอ่อนน้อมถ่อมตน…แต่ผมไม่ค่อยชอบกฎเกณฑ์ ผมไม่ค่อยชอบถูกบังคับให้ทำอะไรหรือสิ่งต่างๆ ที่มันฝืนสิ่งที่ผมเป็น มันไม่ใช่คาแร็คเตอร์น่ะ” 

กวาเรสม่า และ โรนัลโด้ เติบโตและขึ้นสู่ชุดใหญ่ไล่เลี่ยกัน ตัวของ กวาเรสม่า นั้นขึ้นชุดใหญ่ก่อนตามอายุและช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกในปี 2001-02 ก่อนจะย้ายไปล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า ที่ซึ่งเขาถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงตัวเองโดย แฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือของทีม ณ เวลานั้น มันคือช่วงเวลาที่ยากลำบาก และสุดท้ายเขาต้องย้ายกลับมาเล่นในโปรตุเกสอีกครั้งกับ ปอร์โต้ ก่อนจะทิ้งประโยคเด็ดว่า “ชีวิตนี้จะไม่ยอมเป็นลูกทีมของ ไรจ์การ์ด อีกเเล้ว” 

3

ช่วงที่กลับมาเล่นให้กับ ปอร์โต้ นี่แหละคือจุดพีกของ กวาเรสม่า ลีลาการเลี้ยงบอลสวยงามรวดเร็ว แต่ที่สำคัญและทำให้คนจำเขาได้จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ (ลายเซ็น) คือการผ่านบอลและยิงประตูด้วยข้างเท้าด้านนอก เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่นักเตะอย่าง ฟรานซ์ เบ็คเค่นบาว และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ชอบใช้… ทว่าหากจะให้วัดเรื่องประสิทธิภาพ และความแม่นยำของลูกเตะที่ถูกเรียกว่า Trivela ลูกนี้ ไม่มีใครทำได้ดีกว่า ริคาร์โด้ กวาเรสม่า อีกเเล้ว

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Trivela ของเขาไม่เหมือนใคร

เปิดตัว Trivela

Trivela (ไตรเวล่า) เป็นภาษาโปรตุกีสที่เเปลว่าความโค้ง เทคนิคนี้เกิดจากการซ้อมของ กวาเรสม่า มาตั้งแต่ที่ยังเล่นในระดับเยาวชนของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เเล้ว เหตุผลเดียวที่เขาพยายามฝึกมันเพราะในเวลานั้นตำแหน่งริมเส้นกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ปีกเจเนอเรชั่น 2000 เป็นต้นมาจะไม่ได้มีหน้าที่ยืนชิดริมเส้นและเปิดให้กองหน้าโหม่งอีกต่อไป พวกเขาจะต้องเล่นในแบบที่ถ้าถนัดเท้าขวาต้องไปยืนเป็นปีกซ้าย ถ้าถนัดเท้าซ้ายต้องไปยืนเป็นปีกขวา รวมถึงยังมีการสลับตำแหน่งระหว่างเกมอีกด้วย

4

เมื่อฟุตบอลเข้าสู่ยุคใหม่ กวาเรสม่า ก็ฝึกเทคนิคนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยร่นระยะเวลาในช่วงที่เขาเล่นเป็นปีกซ้าย เขาถนัดเท้าขวาและการใช้ ไตรเวล่า หรือการเตะด้วยข้างเท้าด้านนอก ทำให้เขาสามารถเปิดบอลเข้าไปตรงกลางได้ทันทีโดยไม่ต้องไปถึงสุดเส้นหลัง เพราะวิถีของบอลจะโค้งเข้าหาประตู สามารถกดดันคู่แข่งได้ดี 

อีกทั้งเมื่อเขายืนปีกขวาและเริ่มเลี้ยงตัดเข้ากลาง เขาก็ไม่ชอบที่จะยิงเท้าซ้าย.. อย่างที่บอกเขาไม่ชอบถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์ เขาอยากจะยิงด้วยเท้าขวาเหมือนที่ถนัดดังนั้น ไตรเวล่า จึงเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาสามารถตัดเข้าในและยิงด้วยเท้าขวาได้นั่นเอง

นอกจากนี้เวลาที่เขาเล่นปีกซ้าย เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องครอสบอลด้วยเท้าซ้าย หรือ ล็อคกลับหลังให้เข้าเท้าขวาเหมือนนักเตะคนอื่น ๆ เสมอไป ไตรเวล่า ช่วยให้เขาครอสบอลแบบหนีมือผู้รักษาประตูได้ โดยที่ใช้เท้าข้างถนัด และใช้เวลาในการเปิดบอลน้อยลงอีกด้วย 

“ไตรเวล่า เป็นวิธีการเตะที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับการยิงและส่งบอล เพราะบางครั้งกองหลังจะบังคับให้คุณต้องเล่นให้ยากด้วยการเปิดช่องให้คุณได้เล่นกับเท้าข้างไม่ถนัด ดังนั้นผมจึงมักจะใช้ข้างเท้าด้านนอกเล่นงานพวกเขากลับ ซึ่งได้ผลดีเลยทีเดียว” กวาเรสม่า ว่าไว้กับ Bleacher Report

เรียกได้ว่า ไตรเวล่า นั้นมากับฟุตบอลสมัยใหม่ก็คงไม่ผิดนัก เพียงแต่ว่าคนที่พยายามให้มันจนกลายเป็นเซียนอย่าง กวาเรสม่า คิดอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ในขณะที่คนอื่นพยายามจะฝึกยิงด้วยเท้าข้างไม่ถนัด กวาเรสม่า ส่ายหัวและบอกว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยเพราะในเมื่อคุณยังสามารถใช้เท้าข้างถนัดยิงและผ่านบอลได้แม้โดนกีดขวาง…

ตัวตนของ กวาเรสม่า สะท้อนถึงท่าเตะแบบซิกเนเจอร์ของเขา การไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ทำให้เขาคิดอะไรที่สร้างสรรค์ออกมา นี่คือการกำเนิดของ ไตรเวล่า ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอย่างแท้จริง

ซ้อมให้แม่นจะเป็นสุดยอดท่าไม้ตาย 

มีการรวบรวมประตูที่ กวาเรสม่า ใช้ ไตรเวล่า ตลอดชีวิตค้าแข้งและสรุปได้ว่ามันมีมากกว่า 30 ประตู และใช้ทำแอสซิสต์อีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละแอ็คชั่นหลังจากที่ได้นั่งพิจารณาแต่ละลูกแล้ว พบว่าแต่ละลูกนั้นผู้รักษาประตูและกองหลังของคู่แข่งแทบจับทางไม่ได้เลย เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ต้องดวลกกับ กวาเรสม่า พร้อมกับคาดเดาว่าเขาจะไปทางไหน ลากไปยังสุดเส้นหลัง ตัดเข้าใน หรืออยู่ ๆ ก็ยิงด้วยไตรเวล่า เลย…  หลายครั้งที่กองหลังคู่แข่งยืนบังทางเพื่อให้เขาไม่สามารถเลี้ยงบอลไปต่อได้ ทว่าเมื่อกองหลังขาตายก็ “เปรี้ยง!” กวาเรสม่า ใช้ ไตรเวล่า เล่นงานพวกเขาอีกเเล้ว

5

“สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมชอบกับลูกยิงไตรเวล่าก็คือพวกกองหลังไม่มีทางรู้ว่าบอลจะไปทางไหน มันคือทักษะที่ผมชอบที่สุด” กวาเรสม่า กล่าวเริ่ม

“จงจำไว้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องฝึกยิงด้วยการเอาเท้าด้านนอกเฉือนลูกฟุตบอล เล็งมุมซ้ายล่างของลูกฟุตบอลเอาไว้ เอาให้มันปะทะเข้ากับข้างเท้าด้านนอกของเท้าขวาของคุณอย่างจังๆ ถ้าคุณสามารถซ้อมจนจับเทคนิคได้และทำมันอย่างถูกต้อง บอลจะหมุนได้ดั่งใจสั่งเลย”

เหนือสิ่งอื่นใดคือ กวาเรสม่า ไม่ได้ซ้อมแค่การวางเท้ายิงเท่านั้น แต่ละประตูที่เขาใช้ ไตรเวล่า มีหลายลูกที่เหมือนกับเขาเตรียมจะยิงตั้งแต่การเลี้ยงและจับบอลแล้ว ลูกยิงส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณริมเส้นฝั่งขวา หรือ ไม่ริมกรอบเขตโทษฝั่งขวา กวาเรสม่า มักจะเอาตัวไปไว้แถวๆนั้น และเมื่อเพื่อนของเขาส่งบอลมาให้ เขาจะใช้การแต่งบอลเพียงจังหวะเดียว หรืออย่างมากที่สุดไม่เกินสองครั้ง พาบอลไปเข้าจุดอันตราย และใส่ท่าสูตรทันทีด้วยความเร็วจนคนอื่นเดาไม่ทัน 

เทคนิคที่เขาใช้ตัดบอลเข้าด้านในแล้วยิงด้วยไตรเวล่าทันที มักจะเป็นเทคนิคในแบบที่เราเห็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำบ่อยๆ จนถูกเรียกว่าท่า “Ronaldo Chop” นั่นคือการตบบอลเข้าในโดยใช้เท้าหลัง ซึ่งทักษะนี้ กวาเรสม่า ก็ใช้บ่อยมากจนเหมือนเป็นวิทยายุทธ์จากสำนัก สปอร์ติ้ง เลยก็ว่าได้ เพราะแม้แต่ปีกรุ่นน้องอย่าง หลุยส์ นานี่ ก็มักจะใช้ท่านี้ในการตัดบอลเข้าด้านในบ่อยๆเช่นกัน

กวาเรสม่า ใช้ท่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยิง ไตรเวล่า ส่วนใหญ่ถ้าจังหวะมันได้ทั้งการตัดเข้าในและการสัมผัสบอลเเล้วละก็ ลูกยิงของเขาจะเหมือนกดรีโมต เพราะมันจะจบลงที่ไม่โคนเสา ก็สามเหลี่ยมบนเสมอ

“ผมไม่รู้นะว่าผมยิงประตูด้วยไตรเวล่าได้ทั้งหมดกี่ลูก คุณลองไปย้อนดูในยูทูบเองก็เเล้วกัน แต่สิ่งที่ผมคิดเสมอคือผมอยากจะยิงให้ได้มากกว่านี้ ผมเชื่อว่าผมทำได้ ผมเชื่อว่า ไตรเวล่า คือสิ่งที่ผมสามารถทำให้แตกต่างจากคนที่อื่น ๆ ทำ” กวาเรสม่า ว่าไว้อย่างผยองแต่ไม่มีใครกล้าเถียง..

จอมขี้เกียจระดับโลก 

ตลอดช่วงชีวิตของ กวาเรสม่า นั้นเขามักจะถูกเปรียบเทียบกับ โรนัลโด้ เสมอ จนกระทั่งเริ่มอายุมากขึ้น และ โรนัลโด้ ดีดตัวทิ้งห่าง คำถามที่ว่าใครเก่งกว่ากันจึงเริ่มหมดไป 

6

เหตุผลแรกคือเขาไม่ได้อุทิศตนมากเท่าที่ โรนัลโด้ เป็น… พรสวรรค์ไม่มีใครกล้าเถียง แต่พรแสวงของเขายังเป็นข้อสงสัยเสมอมา กวาเรสม่า มักจะมีปัญหาเมื่อต้องเล่นให้กับทีมใหญ่ ๆ ที่เขาไม่ได้ อิสระ ทั้งกับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน หรือ เชลซี  หากจะถามว่าอะไร คือ สิ่งที่ยืนยันถึงเรื่องพรแสวงได้ สิ่งนั้นก็ยังคงเป็น ไตรเวล่า อีกนั่นแหละ

ไตรเวล่า สวยงาม หวือหวา และดึงดูดสายตา ทว่าสำหรับฟุตบอลระดับสูงมันหมายถึงสัญลักษณ์แห่งคนขี้เกียจ… เพราะเมื่อคุณไปอยู่จุดที่ทุกคนเก่งเท่ากันหมดคุณต้องแก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา 

ครั้งหนึ่ง ราฟา เบนิเตซ เคยเรียกร้องให้ ลูก้า โมดริช เลิกใช้ลูก ไตรเวล่า เพราะมันเสี่ยงที่มันจะทำให้เสียบอลพลาด นอกจากนี้ระบบอคาเดมี่ของฟุตบอลยุคใหม่ หลายอคาเดมี่ระดับโลกมักจะไม่สอนให้เด็ก ๆ ของพวกเขาใช้ทริคอย่าง ไตรเวล่า เพื่อหนีปัญหา แต่พวกเขาจะสอนให้เด็ก ๆ แก้ปัญหาด้วยการไปฝึกใช้เท้าข้างที่ไม่ถนัดให้ได้ ซึ่งนั่นเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องที่สุด

นี่ไม่ใช่เรื่องคิดเองเออเอง กวาเรสม่า อาจจะสนุกกับการใช้ ไตรเวล่า และได้รับเสียงชื่นชมเมื่อยิงประตูเข้า แต่การที่เขาไม่ยอมใช้เท้าซ้ายในจังหวะที่ควรจะใช้ คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตค้าแข้งเขาไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร เขาเป็นศิลปินเกินไป และการไม่เปิดรับแนวคิดของคนอื่น นั่นคือปัญหาใหญ่ของเขา 

“กวาเรสม่า จะต้องเรียนรู้ให้ได้มากกว่านี้ ไม่งั้นเขาจะไม่ได้ลงเล่นแน่นอนเลย” โจเซ่ มูรินโญ่ เคยพูดไว้เมื่อ 10 ปีก่อนสมัยที่ กวาเรสม่า เป็นลูกทีมของเขาที่ อินเตอร์ มิลาน

“ผมอยากจะทำให้เขาเข้าใจถึงแท็คติก ผมอยากให้เข้าฝึกหนัก อยากให้เขามีระเบียบวินัยมากขึ้น แต่ตอนนี้เขายังชอบเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านนอกอยู่เลย” มูรินโญ่ ว่าไว้กับ เดอะ การ์เดี้ยน 

7

ทั้งหมดที่ว่าไปทำให้ กวาเรสม่า โตได้แค่นั้นฟุตบอลพัฒนาขึ้นทุกวัน การเล่นเกมรุกนับวันก็ยิ่งยากลำบาก และทุกคนต้องแก้ปัญหาทำให้การเข้าทำใช้เวลาน้อยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ตาม กวาเรสม่า ก็คือกวาเรสม่า เขาไม่ชอบให้ใครเอาเชือกมาผูกคอและสั่งให้เขาทำอะไร เขาเป็นศิลปิน ต้องการอิสระ และถ้าหากใครไม่อยากให้เขาทำเช่นนั้นเขาก็พร้อมเข้าใจและหาที่หาทางใหม่ที่มอบสิ่งที่เขาต้องการให้เสมอ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาเล่นกับหลากหลายสโมสร และส่วนใหญ่ไม่ใช่บิ๊กทีมของยุโรป อาทิ เบซิคตัส, กาซิมปาซ่าม, วิตอเรีย เซตูบัล และบางครั้งก็ไปเล่นในลีก ยูเออี กับ อัล อาห์ลี เป็นต้น

“ปัญหาของ ไตรเวล่า คือมันเกี่ยวข้องกับพวกนักเตะที่เล่นฟุตบอลด้วยเท้าข้างเดียว แต่ดันเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ ถ้าให้เรียนรู้ก็ย่อมได้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาขี้เกียจเกินไป”  บาร์นี่ย์ โรเนย์ นักเขียนของ เดอะ การ์เดี้ยน เขียนไว้ในบทความที่ชื่อว่า “Quaresma chooses liberation over conformity with outside of his boot” (กวาเรสม่า เลือกจะยอมหักไม่ยอมงอด้วยข้างเท้าด้านนอกของเขา) 

ที่สุดแล้วแม้จะมีคนพูดถึงแต่ข้อเสีย แต่ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ภูมิใจกับเส้นทางอาชีพและลูกยิงซิกเนเจอร์ของเขาเสมอ.. เขาอาจจะขี้เกียจ เขาอาจจะเเตกต่าง แต่เส้นทางขบถนี้เขาก็มาจนสุดทาง อย่างน้อย ๆ เขาก็พิสูจน์ตัวเองได้ด้วยการเป็นแชมป์ยุโรปกับทีมชาติ โปรตุเกส ซึ่งในตอนนั้นเขาเป็นตัวหลักของทีมด้วย … และถ้าหากใครยังจำกันได้ ไตรเวล่า กับ กวาเรสม่า ในวัย 33 ปี ยังคงอันตรายและสร้างความปวดหัวให้กับคู่แข่งอยู่เสมอ

ไม่สำคัญว่าคนจะมองคุณอย่างไร แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และใส่ความมุ่งมั่นกับมันอย่างเต็มที่ความแตกต่างนั้นจะไม่มีวันถูกลืม เช่นเดียวกับ ไตรเวล่า ที่เป็นตำนานของโลกฟุตบอลในทุกวันนี้… และถ้าถามว่าใครใช้มันได้ดีที่สุด ชื่อของ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ต้องนำมาเป็นอันดับ 1 อย่างไร้ข้อสงสัย 

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1190141/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/sport/1190141/