ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ สุดโหดรัวกระหน่ำ เซาแธมป์ตัน

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ไปแบบย่อยยับ และนี่คือ 4 ประเด็นที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมผีเหนือกว่าอื้อ

ข่าวแนะนำ

จากการที่ อเล็กซานเดร ยานเควิทซ์ ผู้เล่นของเซาแธมป์ตัน ไปทำฟาวล์หนักใส่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกม ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้เลยก็ว่า เพราะหลังจากนั้นทำให้เป็นฝั่งเจ้าถิ่น ปิศาจแดง ที่ตั้งเกมบุกเข้าใส่ทีมยือนอย่างหนัก และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จาก อารอน วาน-บิสซากา นาทีที่ 18 จากนั้นนาทีที่ 25 มาร์คัส แรชฟอร์ด มายิงให้ปิศาจแดงหนีเป็น 2-0 ก่อนที่นาทีที่ 34 ยาน เบดนาเรก จะมาทำเข้าประตูตัวเองช่วยให้ ยูไนเต็ดนำห่าง 3-0 และเป็น เอดินสัน คาวานี ที่โหม่งทำประตูสุดสวยในนาทีที่ 39 พาเจ้าถิ่นหนีไปไกลเป็น 4-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนระบบการเล่นมาเล่นระบบหลัง 3 คน ถอด คาวานี กับ ชอว์ ให้ได้ไปพัก และส่ง ดอนนี ฟาน เดอ เบค กับ อองโตนี มาร์เชียล ลงมาแทน และถึงนาทีที่ 69 แมนยูฯ หนีเป็น 5-0 จาก มาร์เชียล และหนีไปอีกเป็น 6-0 จาก สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ นาทีที่ 71 ส่วนนักบุญต้องมาเหลือผู้เล่น 9 คนในนาทีที่ 86 เมื่อ ยาน เบดนาเรก ไปทำฟาวล์จนเสียจุดโทษและโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนจะเป็น บรูโน เฟอร์นันเดส สังหารเข้าไปให้ยูไนเต็ด นำห่าง 7-0 ก่อนที่ มาร์เชียล กับ เจมส์ จะมายิง ในนาทีที่ 90 และ 90+3 ตามลำดับให้ปิศาจแดงชนะเซาแธมป์ตัน ไป 9-0 ในที่สุด

2.วาน บิสซากา-ชอว์-มาร์เชียล โดดเด่น

นัดนี้คนแรกที่ต้องยกย่องเป็นพิเศษก็คือ อารอน วาน-บิสซากา แบ็กขวาของปิศาจแดง ที่มักจะได้รับคำชื่นชมเกี่ยวกับการเล่นเกมรับ และอยากให้ปรับปรุงในเรื่องของเกมรุก อย่างไรก็ตาม เกมนี้ วาน-บิสซากา แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่านี้ได้อีก หลังระเบิดฟอร์มสุดโหดในการเล่นเกมรุก และน่าจะเป็นเกมที่เขาเล่นเกมบุกได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในโรงละครแห่งความฝันเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างดูเนียนตาไปหมด ยิงให้ทีมชึ้นนำ 1-0 พยายามช่วยเติมเกมรุกตลอดเวลา และการครอสบอลของเขาก็สร้างปัญหาให้ผู้เล่นทีมเยือนอย่างมาก ส่วน ลุค ชอว์ ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตัวเองเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จัดไปถึง 2 แอสซิสต์ในเกมนี้ คาดว่าคงจะยึดตัวจริงไปแบบยาวๆ ขณะที่ อองโตนี มาร์เชียล แม้จะลงมาเป็นตัวสำรองแต่ก็ทำไป 2 ประตู ถือเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง

3.น่าเห็นใจ ยานเควิทซ์

อเล็กซานเดร ยานเควิทซ์ เจ้าหนูวัย 19 ปี เพิ่งจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 2 เท่านั้น แต่ต้องมาพบกับฝันร้ายแบบไม่ได้ตั้งใจ จากจังหวะที่พยายามเข้าไปแย่งบอลกับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนที่เขาจะย่ำเข้าใส่ “แม็คโท” จนทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือก ต้องควักใบแดงไล่เขาออกจากสนามไปตั้งแต่นาทีที่ 2 ซึ่งเขาน่าจะได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ไม่มากก็น้อย ในการพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่โดนไล่ออกใน 2 นาทีแรกของการแข่งขันอีกด้วย

4.ผีทำสถิติโหด

จากการเปิดโรงละครแห่งความฝัน ปราบ เซาแธมป์ตัน ไป 9-0 ส่งผลให้ ยูไนเต็ด สร้างสถิติชนะคู่แข่งมากที่สุดเทียบเท่าสถิติพรีเมียร์ลีกที่ ปิศาจแดง เคยทำเอาไว้ในเกมถล่ม อิปสวิช ทาวน์ 9-0 เมื่อปี 1995 ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ ก็เคยทำได้ในเกมบุกไปเอาชนะ เซาแธมป์ตัน เมื่อปี 2019 ด้วยสกอร์ 9-0 นอกจากนี้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยังทำสถิติสุดเจ๋ง ซัดไปแล้ว 83 ลูกให้กับยูไนเต็ดรวมทุกรายการ แซงหน้า เอริค คันโตนา ยอดดาวยิงระดับตำนานของสโมสร ที่เคยซัดให้ปิศาจแดงไป 82 ประตูอีกด้วย

PUNABBEY

อ่านเพิ่มเติม…

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2025055
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2025055