คืนชีพ! 3แข้งเชลซีกลับมาฉายแสงอีกครั้งในยุคทูเคิ่ล

คืนชีพ! 3แข้งเชลซีกลับมาฉายแสงอีกครั้งในยุคทูเคิ่ล

นับตั้งแต่ที่ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งไปนั้น เชลซี ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยเฉพาะโฉมหน้า 11 ตัวจริงที่เปลี่ยนไปหลายตำแหน่ง

    แม้จะเพิ่งผ่านไปเพียงสองเกม แต่เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหน้าตา 11 ผู้เล่นตัวจริงที่เปลี่ยนไป ซึ่งมีแข้งหลายคนที่เคยเป็นส่วนเกิน และแทบจะหมดอนาคตในยุคของอดีตกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไปแล้ว แต่กลับขึ้นมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวเยอรมัน  

    และนี่คือ 3 แข้งที่กลับมาฉายแสงได้อีกครั้ง หลังได้รับโอกาสลงเล่นและทำผลงานได้ดีตลอดสองเกมที่ผ่านมา 

มาร์กอส อลอนโซ่ 

คืนชีพ! 3แข้งเชลซีกลับมาฉายแสงอีกครั้งในยุคทูเคิ่ล

    ย้อนไปในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้แบ็กซ้ายจอมบุกเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทัพ “สิงห์บลูส์” โดยมีทีเด็ดอยู่ที่การเติมเกมรุก และมีสถิติทำประตูและแอสซิสต์ต่อฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม 

    แต่ถึงกระนั้นการเข้ามาของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตั้งแต่ซีซั่นก่อนทำให้เขามีโอกาสลงเล่นน้อยลง โดยได้โอกาสลงสนามเพียง 18 เกมในพรีเมียร์ลีกเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว ก่อนที่ปีนี้เขาจะกลายเป็นตัวสำรองไปโดยปริยายหลังจากสโมสรเซ็นสัญญาดึงตัว เบน ชิลเวลล์ มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และกลายเป็นตัวหลักไปโดยปริยาย

    อย่างไรก็ตามหลังจาก ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียนเขาได้ให้โอกาสกับ อลอนโซ่ กลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมที่ทีมเอาชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ซึ่งดาวเตะชาวสแปนิชก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการซัดประตูสุดสวยเป็นประตูตอกฝาโลงให้กับทีม ซึ่งนอกจากประตูที่เขาทำได้แล้วฟอร์มโดยรวมของเขาก็ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว และทำให้ตำแหน่งแบ็กซ้ายของ เชลซี น่าจะลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งกันสนุกระหว่าง อลอนโซ่ กับ ชิลเวลล์ 

อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 

คืนชีพ! 3แข้งเชลซีกลับมาฉายแสงอีกครั้งในยุคทูเคิ่ล

    ปราการหลังชาวเยอรมันเคยเป็นแกนหลักให้ เชลซี ในช่วงสองปีแรกนับตั้งแต่ย้ายมาจาก โรม่า แต่หลังจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด เช้ามากุมบังเหียนตั้งแต่ฤดูกาลก่อนนั้นก็ทำให้โอกาสลงเล่นของเขาน้อยลงไปเรื่อยๆจนในซีซั่นนี้กลายเป็นตัวสำรองไปโดยปริยายจากสถิติลงเล่นเพียง 4 เกมในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แถมยังมีข่าวฉาวออกมาด้วยว่าเจ้าตัวสร้างคลื่นใต้น้ำ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องกระเด็นออกจากเก้าอี้นายใหญ่ 

    อย่างไรก็ตามการมาของ ทูเคิ่ล นั้นทำให้ดาวเตะวัย 27 ปี กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดยยึดตำแหน่งแทน เคิร์ท ซูม่า ที่ทำผลงานได้ดีในซีซั่นนี้ ซึ่ง รือดิเกอร์ ก็สามารถพิสูจน์ผลงานได้ในระดับหนึ่งเพราะเขามีส่วนสำคัญช่วยทีมเก็บคลีนชีตมาแล้วสองเกมติดต่อกัน ยืนจับคู่กับ ติอาโก้ ซิลวา ได้อย่างเหนียวแน่นสุดๆ 

คัลลัม ฮัดสัน โอดอย 

คืนชีพ! 3แข้งเชลซีกลับมาฉายแสงอีกครั้งในยุคทูเคิ่ล

    แน่นอนว่าการมาของบรรดาแข้งใหม่ทั้ง ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์ และ ฮาคิม ซิเย็ค ทำให้ปีกชาวอังกฤษมีโอกาสลงเล่นน้อยลงกว่าเดิม อย่างไรก็ตามเมื่อเขาถูกส่งลงเล่นเป็นตัวสำรองนั้นเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจโดยเฉพาะการกระชากลากเลื้อยริมเส้นที่ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดีในยุคของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด 

    อย่างไรก็ตามหลังจาก ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียนสถานการณ์ก็ดาวเตะวัย 20 ปี ก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อได้รับความไว้วางใจจากกุนซือชาวเยอรมันให้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงตลอดสองเกมที่ผ่านมา

    นอกจากนี้เขายังได้ลงเล่นในบทบาทใหม่คือตำแหน่งวิงแบ็ก หลังจาก ทูเคิ่ล ปรับมาใช้ระบบ 3-5-2 ในเกมที่เอาชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับปีกทีมชาติอังกฤษ หลังจากลากเลื้อยปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ก่อนจะทำได้หนึ่งแอสซิสต์ในเกมดังกล่าว ซึ่งหากเขายังรักษาฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอก็น่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงให้กับทีมได้แน่นอน 

    
    

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/224079
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/224079