ให้ไปซ้อมดันไปปล้น : เมื่อผู้เล่น เวสต์บรอมวิช สวมบทโจรขโมยแท็กซี่ที่ บาร์เซโลน่า

การตกชั้นของทีม ๆ หนึ่งล้วนมีเหตุผลมากมายประกอบ เหตุผลบางข้อก็ใหญ่จนน่าตกใหญ่ และเหตุผลบางข้อก็ดู “อิหยังวะ” จนไม่น่าเชื่อ …

นี่คือเรื่องราวของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในฤดูกาล 2017-18 ที่กำลังอยู่ในทรงบอลดี ๆ อยู่แท้ ๆ แต่การเลือกไปเก็บตัวหนีหนาวที่เมือง บาร์เซโลน่า กลับทำให้เรื่องอลหม่านงานเก็บตัวสุดเละเทะเกิดขึ้น … และมันลากยาวจนพวกเขาตกชั้นแบบไม่ต้องลุ้น

ติดตามได้ที่นี่

เพราะไม่มีเบรกหนีหนาว ทุกอย่างเลยวุ่นไปหมด 

ปัญหาคลาสสิกของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คือพวกเขาให้ความสำคัญกับการตลาดมากเกินไป … สำหรับสโมสรนั่นคือสิ่งที่ดี เพราะเป็นการได้เม็ดเงินมากมายมหาศาลจากความสำคัญจุดนี้ อย่างไรก็ตาม โลกของทุนนิยมนั้นไม่เคยปราณีใคร สำหรับนักเตะและโค้ชในพรีเมียร์ลีก พวกเขาบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทำไมไม่มีช่วงเบรกหนีหนาว” 

นานมาแล้วที่ฟุตบอลอังกฤษแหกขนบลงสนามในช่วงที่ฤดูหนาวมาถึง หิมะตกกระหน่ำ อากาศเย็นเจี๊ยบเปรียบดังจุดเยือกแข็ง และที่สำคัญคือวันคริสต์มาส คือเทศกาลที่ชาวคริสต์ให้ความสำคัญเพราะเป็นเหมือนกับวันรวมญาติ … แน่นอนว่าฟุตบอลอังกฤษไม่สนใจ 

ที่นี่แตกต่างกับที่อื่น ๆ สเปน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมัน รวมถึงที่อื่น ๆ จะมีช่วงเบรกฤดูหนาวที่จะได้ให้เวลานักเตะพักราว ๆ 2 สัปดาห์ ในช่วงคริสต์มาสต่อปีใหม่ (เยอรมันลากยาวถึงราว 1 เดือนเลยด้วยซ้ำ) ซึ่งจุดนี้เอง หลายฝ่ายบอกว่าดีต่อนักเตะในระยะยาว เช่นเดียวกันกับผลงานในระดับทีมชาติในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ๆ ซึ่งทำให้ร่างกายของนักเตะที่ได้พักเหล่านี้ มีความพร้อมมากกว่าทีมชาติอังกฤษ ที่นักเตะลงหวดกันกระหน่ำสูงสุดเกิน 60 เกมต่อฤดูกาล 

หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยคุมทีมมากมายหลายระดับตั้งแต่สโมสรจนถึงทีมชาติ เคยบอกเอาไว้ว่า “ผมบอกเลยนะว่า การที่ไม่มีเบรกหนีหนาวคือวัฒนธรรมที่ชั่วร้ายสุดของฟุตบอลอังกฤษ” 

“มันส่งผลเยอะ ไม่ดีต่อสโมสร ส่งผลกระทบต่อทีมชาติ นี่แหละ ทั้งหมดคือเหตุผลที่ทีมชาติอังกฤษซบเซา ไม่เคยมีผลงานดี ๆ ในระดับนานาชาติมายาวนาน นักเตะของพวกเขาบี้กันจนพลังหมดหลอด พอถึงช่วงท้ายฤดูกาลก็หมดสภาพแล้ว” ฟาน กัล ว่าไว้สมัยคุมทีมปีศาจแดง และไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น นักเตะหลายคน โดยเฉพาะต่างชาติต่างลงคะแนนโหวตว่าพักหนีหนาว “ควรจะมี” 

แต่ก็นั่นแหละ ทุกวินาทีของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนั้นมีค่ามหาศาล ดังนั้นจึงหยุดไม่ได้ (ขนาดตอนที่ พรีเมียร์ลีก ตัดสินใจให้มีเบรกหนีหนาวครั้งแรกในฤดูกาล 2019-20 ยังเป็นไปแบบอิหลักอิเหลื่อ คือแบ่งโปรแกรมพักร้อนเป็นครึ่ง ๆ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้มีเกมแข่งขันอย่างต่อเนื่อง แถมแต่ละทีม ได้พักแค่ราว 1 สัปดาห์เท่านั้น) … และนั่นทำให้หากมีสโมสรใดคิดจะพานักเตะไปเก็บตัวในที่ที่อากาศอบอุ่น พวกเขาต้องคิดให้ดี เพราะมีกรอบของเวลาให้ไปเก็บตัวน้อยมาก มีเวลาให้จัดการตารางการซ้อมต่าง ๆ ไม่มากพอเหมือนกับช่วงปรีซีซั่น หรือทีมในลีกอื่น ๆ ที่ได้หยุดเกือบเดือนและรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องบริหารเวลาอย่างไร 

ซึ่งบางครั้งปัจจัยเรื่องเวลาและการวางแผนเหล่านี้ก่อให้เกิดข้อเสียมากกว่าข้อดี แถมเรื่องนี้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สามารถอธิบายได้ เพราะพวกเขา … ผ่านมาแล้ว 

ยังไงก็ต้องไป … 

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-18 เริ่มขึ้นเหมือนกับฝันสำหรับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมที่นำโดย โทนี่ พูลิส เปิดตัวด้วยการชนะ 2 เกมรวดเหนือ บอร์นมัธ และ เบิร์นลี่ย์ ทว่าหลังจากนั้น พวกเขาไม่ชนะใครอีกเลยจนกระทั่งถึงวันที่ 13 มกราคม รวมเป็นเวลาทั้งหมดกว่า 150 วัน … 

ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนกุนซือไป 3 คนจาก พูลิส เป็น แกรี่ เม็กสัน และจบลงที่กุนซือผู้เป็นเซียนเรื่องหนีตกชั้นอย่าง อลัน พาร์ดิว … โดยช่วงที่ พาร์ดิว เข้ามารับไม้ต่อนั้นคือวันที่ 29 พฤศจิกายน 2017

ช่วงเวลาของ พาร์ดิว ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวสต์บรอมฯ มีโปรแกรมในลีก 13 เกม และแพ้ไป 7 เกม … อาจจะเกินครึ่งของทั้งหมด แต่พวกเขายังพอมีทางรอดหากแก้ไขอะไรได้ทัน 

ดังนั้นมีช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะสุด ๆ ในช่วงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2018 เพราะทีมจะไม่มีโปรแกรมลงสนามในลีกราว 2 สัปดาห์ พาร์ดิว ที่เพิ่งพาทีมแพ้ เชลซี ไป 0-3 ขอเงินอัดฉีดจาก ไหล กัวฉวน ประธานสโมสรชาวจีน เพื่อไปยังที่ที่เหมาะกับการซ้อมมากกว่า อย่างเมือง บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยขอใช้สถานที่ฝึกซ้อมของทีม เอสปันญอล เพราะที่นั่นอากาศอบอุ่น มีแดดจัด อุณหภูมิราว 17 องศาเซลเซียส และถือโอกาสให้นักเตะได้ใช้ชีวิตกินอยู่ร่วมกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ในทีม อันเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การอยู่รอดเป็นไปได้มากขึ้น 

บางที พาร์ดิว อาจจะได้ไอเดียนี้มาจาก ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ในยุค เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เพราะพวกเขาเคยมาที่สเปนและใช้สถานที่เก็บตัวของ เอสปันญอล เหมือนกัน ในฤดูกาล 2016-17 ก่อนที่ทัพไก่เดือยทองจะได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนั้น


Photo : www.sport.es

“มันเป็นสิ่งที่ผมฝันอยากจะทำมาตลอด และคิดว่ามันจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก เรารอคอยที่จะได้รับตารางซ้อมกันใหม่ และไปสูดอากาศสดชื่นให้พร้อมสำหรับการแข่งขันที่รออยู่”

“สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อากาศอบอุ่น เป็นบรรยากาศยอดเยี่ยมที่จะให้ผู้เล่นของเราได้มีโอกาสฝึกซ้อมกันอย่างมีคุณภาพ … สเปอร์ส ก็เคยมาที่นี่เหมือนกันนะ หลังจากลับไปพวกเขาวิ่งกันเป็นม้าเลย” พาร์ดิว พูดก่อนออกเดินทางไปยังศูนย์ฝึกซ้อมของสโมสร เอสปันญอล โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจาก กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส กุนซือของทีมนกแก้วที่เคยมีประสบการณ์ทำงานในอังกฤษมาก่อน 

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ถ้าไปซ้อมด้วยตารางกิจกรรมที่แน่ชัด วางแผนที่แน่นอนมันก็คงจะดี … แต่ทริปนี้ของ เวสต์บรอมฯ ดันเป็นทริปแบบปุบปับทัวร์ อยากไปก็ไปเลย แถมมีกำหนดเวลาแค่ 3-4 วัน ก่อนกลับมาลงสนามต่อในเกมเอฟเอคัพ ที่จะเปิดบ้านพบ เซาธ์แฮมป์ตัน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ (ทั้ง ๆ ที่หลังจบเกมดังกล่าว จะมีช่วงว่างถึงราว 1 สัปดาห์ ก่อนกลับมาลงแข่งเกมลีก วันที่ 24 กุมภาพันธ์) ดังนั้นนักเตะหลายคนยังงง ๆ กับโปรแกรมที่เกิดขึ้น หลายคนไม่อยากไป และบางคนก็ชอบใจ เพราะมีใครบ้างที่ไม่ชอบไปเที่ยวแบบฟรี ๆ ? 

ปิดหนีหนาวแห่งหายนะ

Dream Team สำนักข่าวภายใต้สังกัดของ The Sun สื่อจอมมั่วเรื่องซื้อขายแต่ “โคตรแม่น” ในเรื่องของข่าวซุบซิบวงใน, ความแตกแยก ตลอดจนเรื่องอื้อฉาว ยืนยันทันทีว่าทริปนี้ พาร์ดิว ออกแนวเหมือนอยากไปเที่ยวมากกว่า และเขาพร้อมจะทำทุกอย่างที่คิดว่าดี เพราะเบื้องหลังการรับงานของเขา คือหาก พาร์ดิว พาทีมรอดตกชั้นได้ เขาจะได้รับโบนัสจากเจ้าของชาวจีนถึง 1 ล้านปอนด์ ! 

ขณะที่นักเตะในทีมหลายรายเกิดอาการ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า ?” 

อย่าลืมว่านักเตะอังกฤษนั้นแทบไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวเลยถ้าไม่ใช่ช่วงซัมเมอร์ ช่วงคริสต์มาสก็ต้องเล่น บ็อกซิ่งเดย์ก็ต้องแข่ง คืนข้ามปีก็ต้องหวด ดังนั้นพวกเขาเกิดความคิดว่าไหน ๆ ก็หยุดเกือบ 2 สัปดาห์ทั้งที ทำไมไม่ซ้อมตามโปรแกรมเดิมที่สโมสร และหลังจากซ้อมเสร็จ พวกเขาจะได้มีเวลาให้กับครอบครัวบ้าง สำหรับบางคน นั่นต่างหากคือการพักผ่อนที่แท้จริง … แสงแดดก็ดี แต่ก็ใช่ว่าจะการันตีว่ามันจะเยียวยาทุกคนได้ … นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่นักเตะเวสต์บรอมฯ ณ เวลานั้น 

เมื่อถึงสเปน อลัน พาร์ดิว ออกกฎหลวม ๆ เอาไว้ว่า หลังเที่ยงคืนห้ามนักเตะในทีมออกนอกโรงแรมที่พักเด็ดขาด มาตรฐานเคอร์ฟิวเกิดขึ้นเพราะไม่ต้องการให้นักเตะแหกแคมป์และทำตัวเหมือนกับเป็นการพักร้อน … ทว่าไม่พ้นวันที่ 2 ของการเข้าแคมป์เก็บตัวเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ 

คนที่ไปเมาไม่ใช่ใครอื่น อลัน พาร์ดิว เองนั่นแหละที่ฉายเดี่ยวลงไปเที่ยวบาร์ในเมือง สื่ออย่าง Givemesport เผยข้อมูลว่า พาร์ดิว เข้าไปในบาร์และเกิดอาการเมาเต็มที่จนกระทั่งรู้สึกรุ่มร้อน ถอดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองออก … เขาอาจจะถอดมันเพื่อเต้น หรือแอ๊วสาว หรืออาจจะร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ ๆ หลังจากที่เขาจะหยิบแจ็คเก็ตมาใส่อีกครั้ง เขาก็ต้องพบว่า “เกมซะแล้ว”


Photo : www.telegraph.co.uk

“เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตทิ้งไว้ในบาร์ จากนั้นพวกขโมยก็ไวพอที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์และมือถือของเขาออกไป” ผู้เห็นเหตุการณ์ในบาร์ว่าไว้

ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เพราะหลังจากนั้นอีกไม่ถึงวัน ขณะที่ทีมกำลังลงซ้อมเก็บตัวกันตามปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองก็เข้ามาสอบถามหาเบาะแส และเป็นคำถามที่ทุกคนต้องงงกันมาก คำถามที่ว่าคือ “เมื่อคืนใครขโมยรถแท็กซี่ ?” 

คนขับแท็กซี่รายหนึ่งให้ปากคำว่า เขาจอดรถแวะพักที่ร้านฟาสต์ฟูดร้านหนึ่ง ซึ่ง ณ เวลานั้นคือช่วงประมาณตี 5 ครึ่ง ทว่าเมื่ออกมาอีกที รถแท็กซี่ของเขาก็หายไปแล้ว … คำถามคือ เมื่อห้ามออกจากโรงแรมหลังเที่ยงคืน ทำไมนักเตะของเวสต์บรอมฯ จึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยได้ …  

และคำตอบมีอยู่เพียงคำเดียว คือไม่มีใครฟังที่ พาร์ดิว สั่งนั่นเอง เพราะนักเตะที่ละเมิดกฎเคอร์ฟิวครั้งนี้คือ 4 นักเตะระดับซีเนียร์ของสโมสรทั้งสิ้น ได้แก่ แกเร็ธ แบร์รี่, จอนนี่ อีแวนส์, เจค ลิเวอร์มอร์ และ โบอาซ มายฮิลล์ 


Photo : www.dailymail.co.uk

“ดูเหมือนว่าพวกนักเตะพยายามจะมุ่งหน้าไปยังแถบท่าเรือของบาร์เซโลน่า แต่กลับพบว่าสถานที่ทุกอย่างปิดไปหมดแล้ว ซึ่งนั่นเป็นปกติของช่วงกลางสัปดาห์ … พวกเขาเลยตัดสินใจเรียกแท็กซี่ไปที่ร้านแม็คโดนัลด์แบบ ไดรฟ์-ทรู ที่อยู่ใกล้ ๆ แทน แต่ไม่รู้ว่าเหตุผลใด ทำไมพวกเขาทิ้งคนขับไว้ตรงนั้น ไม่มีใครขับรถ และพวกเขาก็ขับรถมากันเอง” 

“คนขับแท็กซี่ออกมาแล้วหารถไม่เจอ เขาจึงประสานมายังโรงแรม และพบว่ามีแต่รถของเขาที่จอดทิ้งไว้ ส่วนคนเอาไปไม่อยู่แล้ว” แหล่งข่าวของ Mossos d’Esquadra ตำรวจประจำแคว้นกาตาลุนญ่า กล่าวกับสื่อในอังกฤษอย่าง Mirror

ทั้ง 4 โจรขโมยรถ โดนคุมตัวไปยังสถานีตำรวจในฐานะผู้ต้องสงสัย โชคยังดีที่ทางการไม่ได้ตั้งข้อหา และไม่ดำเนินคดีใด ๆ เนื่องจาก “หลักฐานไม่พอ” ขณะที่ พาร์ดิว เองก็แทบไม่ได้ซ้อมตามที่คิดเลยเพราะนักเตะทั้ง 4 คนถือเป็นตัวหลัก ตัวจริง ที่เขาหมายปั่นปั้นมือให้ทีมช่วยรอดตกชั้นเกือบทั้งหมด มีเพียง มายฮิลล์ ที่เป็นผู้รักษาประตูสำรองเท่านั้น  


Photo : www.thesun.co.uk

ทว่าหลังจากกลับมาถึงอังกฤษ สโมสรได้สั่งลงโทษนักเตะทั้ง 4 คนด้วยตนเอง จนสร้างความไม่พอใจขึ้นกันยกใหญ่ จากทีมที่เคยพอจะเก็บแต้มได้บ้าง ตอนนี้พวกเขาเละเทะไม่อยากจะลงสนามกันเสียแล้ว 

“ความจริงเราควรจะต้องออกไปที่สเปน และทำให้ตัวเองกลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุดก่อนจะกลับเข้ามาในการแข่งขันจริง ผมเองเคยทำแบบนี้มาก็เยอะแล้วได้ผลดีด้วย แต่ไม่รู้รอบนี้มันเป็นอะไร ทำไมมันไม่ยักกะได้ผลเลย” 

พาร์ดิว ไม่ใช่แค่งงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเดียว เพราะเมื่อกลับมาแข่งขันจริง เขามีโอกาสได้คุมทีมลงเล่นพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 5 นัด และจบลงด้วยการแพ้รวดทั้ง 5 เกม รวมถึงเอฟเอคัพ ก็ตกรอบทันทีหลังกลับมาจากแคมป์สุดฉาวด้วยเช่นกัน

“ย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าผมรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ผมคงไม่ไปสเปนให้เสียเรื่อง” พาร์ดิว ตอบกับนักข่าวในวันที่เขากลายเป็นคนตกงานไปเสียแล้ว 

เรื่องตลกร้าย 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหลังจากที่ พาร์ดิว ตกงานไปในวันที่ 2 เมษายน อีก 6 นัดที่เหลือของฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของ ดาร์เรน มัวร์ อดีตนักเตะเก่าของทีมที่เข้ามาเป็นกุนซือชั่วคราว พวกเขาแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้น เก็บไป 11 จาก 18 คะแนน … ทว่ามันช้าไปแล้ว เวสต์บรอมวิช พังไปตั้งแต่วันที่ อลัน พาร์ดิว เลือกตัดสินใจไปเก็บตัวแบบไร้ซึ่งแผนการ และไม่ได้ถามความเห็นชอบของสมาชิกในทีมก่อน … เมื่อกลับมาทุกอย่างจึงเละเทะและสายเกินแก้ 

สิ่งที่ตลกร้ายอีกเรื่อง คือทีมอย่าง นิวคาสเซิล ที่คุมทีมโดย ราฟา เบนิเตซ ซึ่งมีอันดับไล่ ๆ กับ เวสต์บรอมฯ ก่อนไปเก็บตัวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ กลับเป็นทีมที่ทำแต้มกระจุยกระจายแทบไม่แพ้ใครเลยในช่วงโค้งสุดท้าย จนกลับมาจบท็อป 10 ของลีกได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อมีคนถาม ราฟา เกี่ยวกับเรื่องการพักเบรกหนีหนาวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ? ราฟา ตอบเพียงว่า ทีมของเขาก็ซ้อมกันตามปกติ ไม่เห็นต้องไปไหนให้เสียเวลา ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ 

“แนวคิดของผมแตกต่างออกไป ผมอยากทำให้การฝึกซ้อมของเราส่งผลให้ทั้งนักเตะและครอบครัวของพวกเขาแฮปปี้ด้วยกัน” ราฟา กล่าว

“บางคนอาจจะขอเดินทาง แต่คุณลองมองดูดี ๆ นักเตะพรีเมียร์ลีกเตะกันแทบทั้งปี ยังมีบอลถ้วยให้ชิงกันอีก ดังนั้นมันจึงเหมือนกับชีวิตนี้มีแต่การซ้อมทุกวัน”

“สำหรับ เวสต์บรอม ผมคิดว่าถ้าพวกเขาย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่ทำแบบนี้กันซ้ำสอง พวกเขาหวังจะไปเห็นแสงแดด แต่ที่ไหนได้พายุกระหน่ำระลอกใหญ่เลย (เปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเก็บตัวครั้งนั้น)” 

“เท่านั้นยังไม่พอนะ การเดินทางจากบ้านไปนาน ๆ จะทำให้ครอบครัวของพวกเขาไม่พอใจ ภรรยาของนักฟุตบอลจะเครียดกับการที่สามีไม่อยู่บ้าน 1 สัปดาห์ … ผมสรุปเลยแล้วกัน บรรยากาศที่ดีที่แท้จริงคือการทำให้นักเตะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้เหมาะสม …  สิ่งเหล่านี้ดีกว่าการออกไปรับแสงแดด 2-3 วันเยอะเลย” 

มันอาจจะไม่แฟร์นักหากเราจะโทษการกระทำของ พาร์ดิว เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ การออกไปไหนในที่ไกล ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ ควรมีการวางแผนให้รัดกุม ยิ่งสำหรับนักฟุตบอลแล้วยิ่งต้องมีแผน 2 แผน 3 รออีกขั้นในกรณีที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ ซึ่ง เวสต์บรอมฯ ไม่ได้เตรียมเอาไว้เลยจนเกิดเรื่องบานปลายขึ้นเช่นนี้

ขณะที่มุมมองของ ราฟา เบนิเตซ นั้นคือสิ่งที่น่าสนใจ หากชีวิตมันยุ่งยากนักก็อย่าไปมันเลยดีกว่า ด้วยทรัพยากรที่มี นิวคาสเซิล เลือกอยู่กับบ้าน หาความสุขกับสิ่งใกล้ตัว และไม่เสี่ยงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน … อยู่ดีมีความสุขกับครอบครัวนั้นใครก็ชอบ และโชคร้ายสำหรับ พาร์ดิว ที่เขาดันเห็นเส้นผมบังภูเขา เงินโบนัส 1 ล้านปอนด์ พาให้เขาคิดมากจนแผนที่มีพังไม่เป็นท่า … ทั้งที่ความสุขของลูกทีมของเขา แท้จริงแล้วอยู่ใกล้ตัวนิดเดียวเท่านั้น ไม่เห็นต้องไปถึงสเปนเลย

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1189858/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/sport/1189858/