ปัญหาเดียวกัน ชำแหละ 4 ประเด็นร้อนจากเกม แมนยูฯ บุกเสมอ อาร์เซนอล

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเสมอ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แบบสุดมัน และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.เกมสนุกสมเป็นบิ๊กแมตช์-ขาดเพียงความคม

ข่าวแนะนำ

เกมที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม แม้สกอร์จะจบลงด้วยการที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดบ้านเสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 0-0 แต่รูปเกมต้องบอกเลยว่าสนุกมากๆ ทั้งสองทีมไม่มีใครมาเน้นตั้งรับ เปิดเกมแลกกันอยู่ตลอด โอกาสใกล้เคียงที่สุดของปิศาจแดงในช่วงครึ่งแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 20 เมื่อ เฟร็ด บรรจงซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งจะเสียบมุมอยู่แล้ว แต่ แบรนด์ เลโน จอมหนึบของอาร์เซนอลก็บินปัดออกไปได้ ชนิดที่ว่าโดนเพียงปลายมือเท่านั้น! ส่วนโอกาสใกล้เคียงที่สุดของ อาร์เซนอล เกิดขึ้นในนาทีที่ 30 เมื่อ เอมิล สมิธ โรว์ จ่ายบอลทะลุขึ้นมาทางขวาให้ นิโคลัส เปเป กระชากบอลจี้ใส่แนวรับแมนยูฯ ทั้ง แฮร์รี แม็คไกวร์ และ ลุค ชอว์ ก่อนที่ เปเป จะยิงด้วยซ้าย บอลหลุดเสาไกลไปนิดเดียว! ต่อกันที่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมมีโอกาสกันบานเบอะ ถ้าให้เลือกของฝั่งปืนใหญ่มีอยู่ 2 จังหวะ เริ่มที่ อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ ปั่นฟรีคิกไปชนคานดังสนั่น และจังหวะที่ เอมิล สมิธ โรว์ ซัดด้วยขวาในเขตโทษ แต่ ดาบิด เดเคอา ปัดออกไปได้ ส่วนฝั่งแมนยูฯ ยกให้ 2 จังหวะของ เอดินสัน คาวานี เริ่มจากชอตที่ ลุค ชอว์ ผ่านบอลจากในเขตโทษฝั่งซ้ายเข้ากลาง คาวานี วิ่งมาแปจ่อๆ หลุดเสาสองเฉยเลย รวมถึงชอตที่ อารอน วาน บิสซากา เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ คาวานี เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวา บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว เรียกได้ว่าขาดความเฉียบคมกันทั้งสองทีม

2.แรชฟอร์ดไม่เหมาะกับปีกขวา

เกมนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอบหน้าที่ให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษ เล่นตำแหน่งปีกขวา ต้องยอมรับว่าบทบาทนี้ไม่เหมาะกับ แรชฟอร์ด อย่างแรง ทุกอย่างมันดูติดขัดและไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย หลายครั้งที่เขาพยายามจะดึงดันกระชากเข้าไป แต่ก็ไม่ค่อยจะผ่าน เซดริก โซอาเรส ฟูลแบ็กของอาร์เซนอลที่ฟอร์มโดดเด่นเหลือเกิน หรือเมื่อมีโอกาสได้หลุดไปยิง แรชฟอร์ด  ก็ทำได้ไม่ดี เล่นหลายจังหวะเกินไป หรือไม่ก็ซัดเข้าข้างตาข่าย ดูแล้วไม่น่ากลัวเหมือนเวลาที่เขาเล่นปีกซ้ายและใช้วิธีลากตัดเข้าในก่อนตะบันด้วยขวา ซึ่งอันตรายกว่าเยอะมาก บางทีอาจจะถึงเวลาที่ โซลชาร์ ต้องให้โอกาส อาหมัด ดิยัลโล ปีกดาวรุ่งที่ประเดิมนัดแรกในทีมชุดยู-23 ด้วยการซัด 2 ประตูในเกมบุกชนะ ลิเวอร์พูล 6-3 เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ลองเล่นกับทีมชุดใหญ่ดูบ้างแล้ว และให้ แรชฟอร์ด กลับไปเล่นปีกซ้ายตามถนัดจะดีกว่า ส่วน อองโตนี มาร์เชียล นั่งสำรองบ้างก็น่าจะดี และให้ คาวานี เล่นกองหน้าตัวเป้าตัวจริงไปยาวๆ เลย

3.บรูโน เงียบกริบ

เกมนี้ บรูโน เฟอร์นันเดส กองกลางตัวความหวังของปิศาจแดง ไม่สามารถเค้นฟอร์มเทพออกมาช่วยทีมได้ บทบาทค่อนข้างน้อย มีลุ้นจังๆ แค่หนเดียวคือจังหวะซัดฟรีคิกแฉลบกำแพงข้ามคาน นอกจากนั้นแทบจะหายตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจอมิดฟิลด์จอมแกร่งของอาร์เซนอลอย่าง โธมัส ปาร์เตย์ และ กรานิต ชากา คอยตามติดอยู่ไม่ห่าง ทำให้บรูโนเล่นได้ค่อนข้างลำบาก อย่างไรก็ตาม นักฟุตบอลทุกคนก็มีทั้งวันที่เล่นดีและไม่ดี นัดหน้าเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกสอาจจะกลับมาระเบิดฟอร์มอีกครั้งก็เป็นได้ แต่อีกเรื่องที่น่ากังวลคือการให้ บรูโน ลงสนามแทบทุกเกมขนาดนี้ น่าจะส่งผลกระทบกับความเหนื่อยล้าของนักเตะไม่มากก็น้อย

4.เสมอเสียหายมั้ย?

จริงๆ แล้วการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงแค่เสมอกับ อาร์เซนอล จะว่าเสียหายก็เสียหาย เพราะมันทำให้พวกเขารั้งรองจ่าฝูง และตามหลังจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ห่าง 3 คะแนน และปิศาจแดงยังแข่งมากกว่าอีกนัดด้วย นั่นทำให้สถานการณ์การลุ้นแชมป์ของพวกเขาค่อนข้างน่ากังวลไม่น้อย เพราะดูแล้วการที่ แมนฯ ซิตี้ ได้ขึ้นมานำเดี่ยวๆ ด้วยฟอร์มที่ไม่มีแผ่วแบบนี้ ก็อาจจะทำให้พวกเขาพุ่งทะยานไปทวงแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จก็เป็นได้ แต่ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรเกิดขึ้นได้ งานนี้ต้องดูกันไปยาวๆ แต่ถ้ามองให้มันไม่เสียหายก็คงจะได้เหมือนกัน เพราะว่านี่คือการที่ยูไนเต็ดบุกมาคว้าแต้มกลับออกไปจากการเจอทีมใหญ่ด้วยกันนั่นเอง ส่วน อาร์เซนอล ก็คงไม่เสียหายมาก เพราะฟอร์มพักหลังเริ่มดีขึ้นแล้ว ไม่ชนะนัดนี้ก็ไปว่ากันต่อนัดหน้าเพื่อทำอันดับให้สูงขึ้นต่อไป.

PUNABBEY

อ่านเพิ่มเติม…

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2023153
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2023153