ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ เสียท่าโดน เชฟฟิลด์ บุกสอยคาถิ่น

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คาบ้านและนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.โรเตชั่นมากเกินไป

ข่าวแนะนำ

เกมนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแปลงนักเตะถึง 6 ตำแหน่งจากเกมที่เปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 โดยนักเตะคนสำคัญอย่างเช่ย ลุค ชอว์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ไม่มีชื่อเป็นตัวจริง และเห็นได้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้ผล ลุค ชอว์ คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของยูไนเต็ดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง อเล็กซ์ เตลเลส ไม่สามารถบุกกดดันคู่แข่งได้เท่ากับที่ ชอว์ ทำได้ จะมีก็แต่การเปิดบอลที่ค่อนข้างดีแต่มันก็ไม่เพียงพอกับการผลักดันทีมให้ลุยไปข้างหน้า ขณะที่ อักเซล ตวนเซเบ กองหลังพลังหนุ่ม ได้ออกสตาร์ตเป็นจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก และเขาก็แสดงให้เห็นถึงการขาดประสบการณ์ มีส่วนร่วมกับทั้ง 2 ประตูที่ทีมเสียไปในเกมนี้ เริ่มจากประตูแรกที่โหม่งบอลไม่ถึง จนบอลมาเข้าทาง คีน ไบรอัน โหม่งเข้าไป ส่วนประตูที่สองเขาก็มีส่วนกับการสกัดบอลได้ไม่ดีพอ ก่อนสุดท้าย โอลิเวอร์ เบิร์ก จะซัดบอลมาแฉลบเขาเข้าประตูไป ส่วนการส่ง เนมันยา มาติช ลงตัวจริงนั้นก็ขาดทั้งความเร็วและพละกำลังที่จะบดบี้กับแดนกลางของคู่แข่ง ต่างจากตอนที่มี เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ อย่างสิ้นเชิง

2.ตอบสนองช้า

หลังจากที่ คีน ไบรอัน โหม่งทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้ เชฟฟิลด์ จากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจน แต่ล้มเหลวที่จะหาทางเจาะเข้าไปเนื่องจากทีมของ คริส ไวล์เดอร์ ตั้งรับกันเป็นระเบียบมากๆ ต้องชื่นชมทีมเยือนในจุดนี้ด้วย และแม้ว่ายูไนเต็ดจะตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จจากลูกเตะมุมที่ อเล็กซ์ เตลเลส เปิดมาให้ แฮร์รี แม็คไกวร์ โหม่งเข้าไป แต่พวกเขาก็ไม่สามารถนำโมเมนตัมนี้มาใช้เป็นแรงขับเคลื่อนในการไล่ล่าประตูที่สองได้ ปล่อยให้เกมมันยืดเยื้อมาเรื่อยๆ จนมาเสียประตูและพ่ายแพ้ 1-2 ไปในที่สุด

3.คิดผิดที่ดร็อปคาวานี

หลายฝ่ายคาดกาณร์กันไว้ในตอนแรกว่า เอดินสัน คาวานี กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย น่าจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเนื่องจากโชว์ฟอร์มได้ดีในระยะหลัง แต่โซลชาร์กลับมองข้าม และเลือก อองโตนี มาร์เชียล ลงมาแทนในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ซึ่ง มาร์เชียล ไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้เลยในเกมนี้ ต่างจาก คาวานี ที่มักจะเคลื่อนที่อยู่ตลอดเพื่อเปิดทางให้ตัวรุกคนอื่นๆ ได้มีพิ้นที่ในการทำเกม รวมถึงลงต่ำมาช่วยเกมรับและลงมาล้วงบอลด้วยตัวเอง แต่ มาร์เชียล แทบจะไม่ค่อยอยากขยับตัวไปไหน ทำให้โดนคู่แข่งจับทางได้หมด และยังส่งผลให้โซนตั้งรับของเชฟฟิลด์มันแน่นจนปิศาจแดงหาทางเจาะเข้าไปทำประตูได้ยากลำบากในเกมนี้นั่นเอง ซึ่งตอนที่ คาวานี ลงมาเป็นตัวสำรองก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมาก เกมรุกของยูไนเต็ดดูดีขึ้นพอสมควรเลยทีเดียว ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับโซลชาร์แล้วว่านัดต่อไปกับ อาร์เซนอล เขาจะเลือกใครลงสนาม

4.ประตูที่ 2 แมนยูฯ เสียง่ายเกินไป

ประตูที่ 2 ที่ยูไนเต็ดเสียไปในเกมนี้เรียกได้ว่า “พังยกแผง” กันเลยทีเดียว เริ่มจาก แฮร์รี แม็คไกวร์ ส่งบอลคืนให้ ดาบิด เดเคอา ในระยะประชิดจนจอมหนึบทีมชาติสเปนต้องเคลียร์บอลออกมา แต่แทนที่จะหวดทิ้งไปเลย แต่ดันเตะแบบเขี่ยๆ มาเข้าทางคู่แข่งจนได้ตั้งเกมบุกอีกครั้ง และนับจากที่นั้นผู้เล่นของยูไนเต็ดที่อยู่แถวพื้นที่นั้นเหมือนเสียสมาธิกันหมดทั้ง  อองโตนี มาร์เชียล, เนมันยา มาติช และ อเล็กซ์ เตลเลส ไม่มีใครพยายามที่เข้าไปหาบอลเพื่อกดดันคู่แข่ง จนทำให้สุดท้ายแล้วเป็น จอห์น ลุนด์สแตรม ที่จ่ายเข้าเขตโทษให้ โอลิเวอร์ เบิร์ก ได้ยิงแบบไม่มีใครประกบ บรูโน เฟอร์นันเดส พยายามจะวิ่งลงช่วยแต่ก็ไม่ทัน กลายเป็นประตูชัยของดาบคู่ในเกมนี้นั่นเอง

PUNABBEY

อ่านเพิ่มเติม…

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2021365
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2021365