ทำไม “ทูเคิล” ถึงเหมาะกับการคุมทัพ “เชลซี”

ขณะที่บางสื่อในฝรั่งเศสอ้างว่า ทูเคิล ไม่สามารถเค้นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดออกมาได้ แต่ยังสามารถพา “เปเอสเช” ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและยังสามารถคว้าแชมป์ลีกในประเทศได้ ซึ่งผลงานของ ทูเคิล เป็นที่น่าพอใจสำหรับบอร์ดบริหารของ เชลซี ที่ทำการติดต่อไปยังเจ้าตัวก่อนจะปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด

ข่าวแนะนำ

ในปี 2017 โค้ชชาวเยอรมันเคยได้รับการติดต่อจาก เชลซี หลังลาออกจากทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่เจ้าตัวจะเลือกคุมทีม “เปเอสเช” และ เชลซี ได้เลือก อันโตนิโอ คอนเต เข้ามาคุมทีม ในปีนั้น ก่อนจะปลดออกจากตำแหน่ง และเลือก เมาริซิโอ ซาร์รี จาก นาโปลี เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ช ในปี 2018 ซึ่งอยู่คุมทีมได้เพียง 1 ปีครึ่ง ก่อนโดนเด้ง และได้เลือก แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตนักเตะกองกลางเข้ามาคุมทีม ในปี 2019

จนกระทั่งตอนนี้ปี 2021 เป็นโอกาสดีอีกครั้งที่เขามีโอกาสรับงานคุมทีม เชลซี ที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์ และยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองที่อังกฤษ เช่นเดียวกับ เจอร์เกน คลอปป์ ที่คุมทีม ลิเวอร์พูล และ เป็ป กวาดิโอลา ที่มาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เชลซี มีความต้องการโค้ชที่สามารถพูดภาษา เยอรมัน ได้เนื่องจาก เชลซี มีนักเตะเยอรมันอยู่ในทีมหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อันโตนิโอ รูดิเกอร์ , ไค ฮาแวทซ์ และ ติโม แวร์เนอร์ ซึ่งสโมสรได้ติดต่อไปยัง จูเลียน นาเกลส์มันน์ โค้ช ของ อาร์แบ ไลป์ซิก แต่ดูเหมือนว่า เชลซี ต้องการ ทูเคิล มากกว่า อีกทั้งเชลซี ตั้งความหวังไว้ว่า ทูเคิล จะสามารถสื่อสารและเค้นฟอร์มการเล่นทั้ง ติโมร์ แวร์เนอร์ และ ไคน์ ฮาแวทซ์ นักเตะชาวเยอรมัน ที่สโมสรได้ทุ่มเงินกว่า 115 ล้านปอนด์ ซื้อเข้ามาเสริมทีมในฤดูกาลนี้

ทูเคิล เคยร่วมงานทั้ง คริสเตียน พูลิซิช ที่ “ดอร์ทมุนด์” และ ติอาโก ซิลวา ที่ “เปเอสเช” และมีรายงานว่า พูลิสิช มีความสุขมากที่จะได้กลับมาร่วมงานกับ ทูเคิล อีกครั้ง ถือเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ร่วมงานกับนักเตะ เชลซี อีก 2 คน ที่เคยต้องการคว้าตัวไปร่วมทีม เปเอสเช นั่นคือ จอร์จินโย และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์

กุนซือชาวเยอรมัน จะนำความคิดหรือกลยุทธ์ต่างๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีม เช่นเดียวกับสโมสรก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำแผนรับประทานอาหาร , การติดตามรูปแบบการนอนของนักกีฬา , การเปลี่ยนแปลงแผนกวิเคราะห์ , เปลี่ยนกระบวนการสอดแนม และมีส่วนร่วมในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก

ผลงานก่อนหน้านี้ของ ทูเคิล กับทีม เปเอสเช ในระยะเวลา 2 ปีครึ่ง แข่งทั้งหมด127 นัด ชนะ 95 เสมอ 13 แพ้ 19 ยิงประตูทั้งหมด 337 และเสียประตู 103 มีโอกาสชนะถึง 74.8% คว้าแชมป์ลีกได้ถึง 2 สมัย , เฟรนช์คัพ 1 สมัยและ เฟรนช์ ลีก คัพ 2 สมัย และสามารถพาทีมเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้ ในฤดูกาล 2019-20

ในส่วนของแทคติคการคุมทีมของ ทูเคิล เขาเน้นการกดดันในแดนหน้าอย่างหนัก ซึ่งเป็นสไตล์ที่คล้ายกับ เยอร์เกน คลอปป์ และมักจะใช้แผนการเล่นในระบบ 4-3-3 ที่เคยใช้ในสมัยที่คุมทีม “เสือเหลือง” และ “เปเอสเช” อีกทั้งยังปรับไปใช้แผน 3-5-2 อยู่บ่อยๆ

ทูเคิล เน้นการประกบแบบตัวต่อตัว โดยใช้มิดฟิลด์ที่มีความขยันเข้ากดดัน และเปิดพื้นที่ให้แนวรุกเล่นได้อย่างมีอิสระ เชื่อได้ว่าการที่ แวร์เนอร์ มีอิสระในแดนหน้ามากขึ้น เขาก็จะสามารถมีโอกาสทำประตูและยังเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง ซึ่งแผนการคุมทีมของเขาเหมาะกับตัวผู้เล่นของเชลซีเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นนักเตะที่มีความขยันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ , เอ็นโกโล ก็องเต , มาเตโอ โควาซิช และ คริสเตียน พูลิซิช

จากนี้เหลือเพียงแค่การพิสูจน์ตัวเองในการคุมทีม เชลซี กับสัญญา 1 ปีครึ่ง ซึ่ง ทูเคิล จะประเดิมการคุมทีมนัดแรกในศึก พรีเมียร์ลีก โดย เชลซี เปิดบ้านพบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในคืนวันพุธที่ 27 ม.ค. นี้

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2020369
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2020369