“มาริโอ ยูรอฟสกี” เสียสถิติคุมทีมเมืองทองไร้พ่ายในบ้าน หลังโดน “เทโร” บุกกำชัย 2-1

3 มี.ค. 2564 13:45 น.

มาริโอ ยูรอฟสกี กุนซือเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีอันต้องเสียสถิติไร้พ่ายในบ้าน นับตั้งแต่มาคุมทีม หลังโดนโปลิศ เทโร เอฟซี บุกกำชัย 2-1

จากเกมที่ มาริโอ ยูรอฟสกี กุนซือเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คุมทีมพ่าย โปลิศ เทโร เอฟซี คาบ้าน 1-2 ส่งผลให้กุนซือรายนี้เสียสถิติคุมทีมไร้พ่ายในการเล่นที่เอสซีจี สเตเดียม ตลอดการคุมทีม 16 เกม  

ข่าวแนะนำ

โดยตั้งแต่ มาริโอ ยูรอฟสกี เข้ามาคุมทีมเกมแรกในวันที่ 25 ตุลาคม ที่เอสซีจี เมืองทองฯ บุกชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 3-1 จนกระทั่งมาถึงเกมที่เปิดบ้านเจอ โปลิศ เทโร เอฟซี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม มาริโอคุมทีมเล่นในบ้านทั้งสิ้น 9 นัดในทุกรายการ ชนะ 7 นัด เสมอ 2 นัด ยังไม่แพ้ใคร 

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวต้องเสียสถิติแพ้ในบ้านเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่คุมทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเกมแพ้ โปลิศ เทโร เอฟซี 1-2 สำหรับสถิติการคุมทีมเล่นในบ้านของยูรอฟสกี มีดังนี้ 

8 พ.ย.63 ชนะ พัฒนานิคม ซิตี้ 10-0 (เอฟเอ คัพ)
22 พ.ย.63 เสมอ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-1 (ไทยลีก)
6 ธ.ค.63 ชนะต่อเวลา บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2-1 (เอฟเอ คัพ)
11 ธ.ค.63 เสมอ ประจวบ เอฟซี 3-3 (ไทยลีก)
19 ธ.ค.63 ชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 3-1 (ไทยลีก)
3 ก.พ.64 ชนะ สมุทรปราการ ซิตี้ 1-0 (เอฟเอ คัพ)
7 ก.พ.64 ชนะ ระยอง เอฟซี 4-0 (ไทยลีก)
14 ก.พ.64 ชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-0 (ไทยลีก)
23 ก.พ.64 ชนะ การท่าเรือ เอฟซี 2-1 (ไทยลีก) 
2 มี.ค.64 แพ้ โปลิศ เทโร เอฟซี 1-2 (ไทยลีก)

ส่วนสถิติการคุมทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ของมาริโอ ยูรอฟสกี ทั้งหมดขณะนี้ คุมทีม 16 เกม ชนะ 9 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 4 นัด.   

อ่านเพิ่มเติม…

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/thaipremierleague/2043060
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/thaipremierleague/2043060

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

เปิด 4 สิ่งน่าสนใจหลังได้เห็น แมนฯ ยูไนเต็ด ลงซ้อมมื้อสุดท้ายก่อนดวล คริสตัล พาเลซ

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะนำทัพ “ปีศาจแดง” บุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ที่สนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 3 มีนาคมนี้ (03.15 น. ตามเวลาในประเทศไทย) 

    ในเวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคะแนนตามจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ ไปแล้วถึง 15 แต้ม หลัง “เรือใบสีฟ้า” เพิ่งชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 4-1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดังนั้นเกมนี้หาก “ปีศาจแดง” ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ล่ะก็ โอกาสที่จะไล่บี้ลุ้นแชมป์ไปจนกระทั่งจบซีซั่นคงเลือนลางเต็มที

    ในการลงซ้อมมื้อสุดท้ายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับข่าวดี หลัง เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าประสบการณ์สูง พร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว แต่นอกเหนือจากนั้นยังมีอีก 4 สิ่งที่น่าสนใจจากการซ้อมดังนี้ 

    1. ดิยัลโล่ มีลุ้นลงสนาม

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

    อาหมัด ดิยัลโล่ ปีกดาวรุ่งชาวไอวอรี่โคสต์ ยังคงร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเล่นให้ทีมชุดยู-23 

    ดาวเตะวัย 18 ปี ได้ประดิมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง”  ในศึก ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 4-0

    อย่างไรก็ตาม ดิยัลโล่ คงยังต้องนั่งเป็นตัวสำรองในเกมพบ พาเลซ โดยอาจมีโอกาสลงเล่นช่วงท้ายเกมหาก “ปีศาจแดง” นำขาดไปแล้ว 

    2. ไม่ใส่หนักในการซ้อม

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

    โซลชา นำลูกทีมลงซ้อมมื้อสุดท้ายแบบไม่เข้มข้นมากนัก ก่อนที่จะออกเดินทางไปกรุงลอนดอน หลังฤดูกาลนี้ทีมกรำศึกหนักมีโปรแกรมลงเตะแบบถี่ยิบ

    นอกจากนั้น ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ “ปีศาจแดง” ยังมีโปรแกรมหนักต้องออกไปเยือน “เรือใบสีฟ้า” ในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้อีกด้วย ทำให้ต้องเก็บพละกำลังไว้อย่างเต็มที่

    3. แรชฟอร์ด ขวัญกำลังใจดี

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

    มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า “ปีศาจแดง” มีรอยยิ้มให้เห็นตลอดในการฝึกซ้อมที่ แคร์ริงตัน และแฟนบอลก็หวังว่าเจ้าตัวจะระเบิดฟอร์มถล่มประตูใส่ พาเลซ

    แรชฟอร์ด ได้รับคำชมอย่างมากจากเรื่องนอกสนาม หลังเป็นคนผลักดันให้เด็กๆ ได้มีอาหารรับประทาน และช่วยเหลือผู้คนในช่วงโควิด-19 ระบาด จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้ขึ้นปกนิตยสาร ไทม์ ไปแล้ว

    4. แผงหลังดูผ่อนคลาย

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

    แนวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนวิจารณ์อย่างมากในฤดูกาลนี้หลังเสียประตูไปเยอะ และมีจุดผิดพลาดให้เห็นอยู่หลายๆ นัด

    อย่างไรก็ตาม 2 เกมที่ผ่านมากับ เรอัล โซเซียดาด และ เชลซี นั้น “ปีศาจแดง” เก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัด ส่งผลให้เวลานี้ทุกคนมีความมั่นใจมากขึ้น 

    ในการซ้อมทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เอริก ไบยี่ และ อเล็กซ์ เตลลิส ดูผ่อนคลาย และมีรอยยิ้มให้เห็นตลอด

ดิยัลโล่รอโอกาส-แรชฟอร์ดขอยิง!4สิ่งได้เห็นแมนยูซ้อมก่อนดวลพาเลซ

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/227843
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/227843

พิษโควิด-19 “โซลชาร์” บอกแฟน “แมนยูฯ” อยู่กับความจริง เรื่องทุ่มงบเสริมทัพ

3 มี.ค. 2564 13:54 น.

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ออกตัวกับแฟนๆ แมนยูฯ ที่คาดหวังเรื่องการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ว่าต้องมองตามความเป็นจริง หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันที่ 3 มี.ค. 64 โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-2021 นัดที่ 27 ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านต้อนรับ คริสตัล พาเลซ ในคืนนี้ โดยพูดถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้

ข่าวแนะนำ

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวนอร์เวย์รีบออกมาแตะเบรกเหล่าสาวก “ปิศาจแดง” ว่าอย่าเพิ่งคาดหวังให้มีการทุ่มงบก้อนโตเพื่อคว้าตัวนักเตะชั้นนำเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง หลังจากมีรายงานว่า แมนยูฯ เตรียมประกาศผลประกอบการช่วงไตรมาสล่าสุดในวันนี้ว่ามีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 23.2 ล้านปอนด์ (986 ล้านบาท) อันเนื่องมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โซลชาร์ กล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นน่าจะทำให้มีการซื้อขายนักเตะน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากแต่ละสโมสรมีรายได้ลดลง และสภาพเศรษฐกิจก็ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย เราต้องอยู่กับความเป็นจริงและมีความรับผิดชอบในการทำธุรกิจทั้งในและนอกสนาม”

อ่านเพิ่มเติม…

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2043051
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2043051

ลิเวอร์พูลประมูลของที่ระลึกเมลวู้ด-ชิ้นแพงสุดได้กว่า1.2ล้าน

ลิเวอร์พูลประมูลของที่ระลึกเมลวู้ด-ชิ้นแพงสุดได้กว่า1.2ล้าน

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นำสิ่งของต่างๆ จาก เมลวู้ด มาประมูลหาเงินไปมอบให้กับองค์กรการกุศลเรียบร้อย โดยชิ้นที่ได้เยอะสุดกดไปกว่า 1.2 ล้านบาทเลยทีเดียว

     ลิเวอร์พูล เปิดประมูลของที่ระลึกจาก เมลวู้ด สนามซ้อมแห่งเก่าของทีม เมื่อวันอังคารที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยได้เงิน 870,665 ปอนด์ (ประมาณ 36.57 ล้านบาท) มากกว่าที่ตอนแรกคาดว่าจะได้ราว 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.4 ล้านบาท)

    “หงส์แดง” จะนำเงินที่ได้จากการประมูลไปมอบให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งยังนำส่วนหนึ่งมอบให้ ลิเวอร์พูล ฟาวน์เดชั่น องค์กรการกุศลของสโมสรอีกด้วย

    สำหรับสิ่งของที่ถูกนำมาประมูลมีมากถึง 454 ชิ้น อาทิ “เดอะ แชมเปี้ยนส์ วอลล์” ซึ่งเป็นกำแพงที่ระบุถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของสโมสร, ป้ายทางเข้า เมลวู้ด, ภาพวาดที่เป็นรูป เจอร์เก้น คล็อปป์ ในสภาพที่กำลังดีดกีตาร์อย่างสนุกสนาน, หูฟังของ คล็อปป์ และกระดานปาเป้าจากโรงอาหารใน เมลวู้ด เป็นต้น

ลิเวอร์พูลประมูลของที่ระลึกเมลวู้ด-ชิ้นแพงสุดได้กว่า1.2ล้าน

    สิ่งของที่คนสนใจและได้ราคาประมูลมากสุดคือ เดอะ แชมเปี้ยนส์ วอลล์ ที่มูลค่า 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.26 ล้านบาท) จากที่ตอนแรกคาดว่าจะได้ราคาที่ราว 7,500-15,000 ปอนด์ (ประมาณ 315,000-630,000 บาท) 

ลิเวอร์พูลประมูลของที่ระลึกเมลวู้ด-ชิ้นแพงสุดได้กว่า1.2ล้าน

    ส่วนป้ายทางเข้า เมลวู้ด เป็นชิ้นที่มีราคาประมูลแพงสุดตามมาเป็นอันดับสองที่ 8,500 ปอนด์ (ประมาณ 357,000 บาท) ขณะที่ชั้นเก็บรองเท้าสตั๊ดของนักเตะชุดใหญ่ประมูลออกไปที่ราคา 3,600 ปอนด์ (ประมาณ 151,200 บาท) 

ลิเวอร์พูลประมูลของที่ระลึกเมลวู้ด-ชิ้นแพงสุดได้กว่า1.2ล้าน

    ด้านโซฟาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เคยนั่งในออฟฟิศที่ เมลวู้ด ก็มีคนให้ความสนใจมากเช่นกัน ก่อนปิดประมูลที่ราคา 1,700 ปอนด์ (ประมาณ 71,400 บาท) 

ลิเวอร์พูลประมูลของที่ระลึกเมลวู้ด-ชิ้นแพงสุดได้กว่า1.2ล้าน

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/227851
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/227851

“บาจโจ” เปิดใจก่อนนำทีมบุกดวล “บีจี ปทุมฯ” ว่าที่แชมป์ไทยลีก

3 มี.ค. 2564 14:00 น.

“จอห์น บาจโจ” ออกมาเปิดใจก่อนนำทีมบุกไปเยือน “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” ว่าที่แชมป์ไทยลีก ในเกมลีกวันพรุ่งนี้ เวลา 19.00 น. ที่ ลีโอ สเตเดียม

วันที่ 3 มี.ค. 64 ความเคลื่อนไหว “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ทีมในศึก โตโยต้า ไทยลีก ที่มีโปรแกรมบุกไปเยือน “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ว่าที่แชมป์ลีกประจำฤดูกาลนี้ ในวันพรุ่งนี้ 19.00 น. ที่ สนาม ลีโอ สเตเดียม

ข่าวแนะนำ

ล่าสุด จอห์น บาจโจ ออกมากล่าวว่า “ทุกเกมไทยลีกต่อจากนี้ ยากทั้งหมดสำหรับพวกเรา แต่สิ่งเดียวที่พวกเราจะเอาชนะความยากได้ คือ ความตั้งมั่นในเส้นทางของนักสู้ ในทุกสนาม และทุกการแข่งขัน เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนบอลสุโขทัย เอฟซีทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนทุกเกมและทุกสถานการณ์ของทีม”

“ส่วนสถานการณ์ของทีมตอนนี้ที่ไม่สู้ดี และต้องเล่นเพื่อหนีตกชั้น เหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา กัปตันค้างคาวไฟ ยืนยันว่าขอให้ติดตามจนนาทีสุดท้ายของฤดูกาล ขณะนี้ทีมสุโขทัย เอฟซี เปรียบเหมือนนักสู้ ที่ต้องสู้แบบไม่มีวันถอย เพื่อเป้าหมาย คือ ได้ยืนอยู่บนลีกสูงสุดต่อไป”

อ่านเพิ่มเติม…

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/2043075
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/2043075

ไขข้อข้องใจจากฟิสิกส์ : ทำไมฟรีคิกของ “ชุนซุเกะ นาคามูระ” จึงร้ายกาจ

“ลูกโค้งของผู้เล่นทั่วไปจะมีความเร็วอยู่ที่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ฟรีคิกของ ชุนซุเกะ นาคามูระ มีความเร็วอยู่ที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง” ทาเคชิ อาซาอิ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสึคุบะอธิบาย

“ลูกยิงหลังเท้าของนักเตะระดับโลก มีความเร็วอยู่ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นมัน (ฟรีคิกของ นาคามูระ) จึงเป็นลูกยิงที่มีความเร็วสูงมาก” 

ชุนซุเกะ นาคามูระ อาจจะไม่ใช่นักเตะจากทวีปเอเชีย ที่คว้าแชมป์กับทีมดังเหมือนกับ ชินจิ คางาวะ หรือโชว์ฟอร์มโหดในลีกใหญ่เหมือนกับ ซน ฮึง มิน แต่เขากลับเป็นที่จดจำของแฟนบอลในยุโรป จากอาวุธร้ายที่เรียกว่า “ฟรีคิก” 

มันคืออาวุธที่ทรงประสิทธิภาพที่สร้างความหวาดหวั่นไปทั่วยุโรป ที่แม้แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ หรือ ฟาเบียน บาร์กเตซ ผู้รักษาประตูระดับท็อป ยังเคยถูกเล่นงานมาแล้ว จนทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดในโลก

เขาทำได้อย่างไร ? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand

ซ้ายแม่นราวจับวาง

หลังการกำเนิดขึ้นของเจลีกในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 มีนักเตะสัญชาติญี่ปุ่นมากมายที่สามารถขึ้นมาสร้างชื่อในเอเชีย และระดับโลก หนึ่งในนั้นคือ ชุนซุเกะ นาคามูระ 

เขาเริ่มต้นค้าแข้งกับ โยโกฮามา มารินอส (ปัจจุบันคือ โยโกฮามา เอฟ มารินอส) ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายในปี 1997 และได้ย้ายไปเล่นในต่างแดนกับ เรจจินา, กลาสโกว เซลติก และ เอสปันญอล ก่อนจะกลับมาเล่นในญี่ปุ่นอีกครั้งในปี 2010 

จุดเด่นของ นาคามูระ คือการจ่ายบอลที่แม่นยำ และการยิงประตูที่ไว้ใจได้ แถมยังเต็มไปด้วยเทคนิค และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทำให้เขามักจะได้รับบทบาท “เพลย์เมกเกอร์” ทั้งในสโมสรและทีมชาติ หรือแม้กระทั่งตอนค้าแข้งในต่างประเทศ

Photo : Daily Record

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลก เพราะ นาคามูระ ยังมีอีกอย่างที่เชี่ยวชาญในระดับปรมาจารย์ นั่นก็คือการเตะ “ฟรีคิก” 

เขาคือคนที่เตะลูกนิ่งได้เก่งที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่ยิงฟรีคิกได้มากที่สุดตลอดกาล เจ1 ลีก ด้วยผลงาน 24 ประตู มากกว่า ยาซุฮิโตะ เอ็นโด กองกลางจอมเก๋าของ กัมบะ โอซากา ที่ยิงไป 19 ประตู รวมทั้งเคยยิงผ่านมือผู้รักษาประตูชื่อดังมาแล้วมากมาย 

หนึ่งในฟรีคิกที่เป็นที่จดจำมากที่สุด คือประตูที่ยิงใส่ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อปี 2006 ที่กลายเป็นประตูชัยช่วยให้ต้นสังกัดผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ในรายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

“เขาคือผู้เล่นที่สามารถตัดสินเกมจากลูกเซ็ตพีซ อย่างฟรีคิกหรือเตะมุมเพียงครั้งเดียว เท้าซ้ายของเขาสร้างโอกาสมากมาย การมีอยู่ของเขาเป็นสิ่งจำเป็นต่อทีม” เทรุฮิโกะ นาคางาวะ อดีตเพื่อนร่วมทีม เอฟ มารินอส กล่าวกับ Soccer Digest

มีเรื่องเล่าว่าสมัยที่ดาวเตะเลือดซามูไร ย้ายไปเล่นให้กับ เซลติก ช่วงแรก ๆ กอร์ดอน สตรัคคัน กุนซือของทีมในตอนนั้น ได้จัดการแข่งขันเพื่อทดสอบว่าใครจะเป็นคนยิงฟรีคิกของทีม ซึ่ง นาคามูระ เองก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดสอบ 

อย่างไรก็ดี เขาไม่ใช่เพียงแค่ร่วมแข่ง แต่กลับทำให้คนทั้งสนามซ้อมต้องตะลึง เมื่อแข้งทีมชาติญี่ปุ่น จัดการยิงฟรีคิก 10 ลูก ลงถังไปทั้งหมด 10 ลูก หรือ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม และทำให้เขาได้รับตำแหน่งคนเตะเซ็ตพีซมือหนึ่งของทีมโดยดุษฎี

Photo : Daily Record

“ตอนที่เซ็นนาคามูระเข้ามา ช่วงวันแรก ๆ ของการซ้อม กอร์ดอนบอกผมว่า ‘สแตน เรากำลังจะซ้อมฟรีคิกกับนาย, นาคามูระ, ไอเดน แม็คเกียดี เราจะดูกันว่าใครจะเป็นคนได้ยิงฟรีคิกของทีม’ พูดตามตรง ผมไม่รู้จักนา

“ผมจำได้ว่าเราตั้งกำแพงกัน และนาคะก็ยิงเข้าไปโดนถังด้านบนแบบยิง 10 เข้า 10” 

“จากนั้น กอร์ดอนก็หันมาและบอกว่า ‘นาคะจะเป็นคนยิงฟรีคิกนับตั้งแต่นี้’ และเดินออกไป”  

Photo : UEFA

ความยอดเยี่ยมในการเล่นลูกตั้งเตะของ นาคามูระ ยังทำให้เขาได้รับการยอมรับในระดับสากล Scottich Sun สื่อสก็อตแลนด์ เลือกเขาเป็น 1 ใน 10 นักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีในโลก ในขณะที่เกม FIFA 21 จัดให้เขามีค่าพลังการเตะลูกนิ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของเกม 

นอกจากนี้ ความเก่งกาจในด้านนี้ ยังทำให้เขา มักจะได้รับเชิญจากรายการเกมโชว์ญี่ปุ่น ไปปฏิบัติภารกิจยิงฟรีคิกในสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ ตัวอย่างที่น่าจะคุ้นตาชาวไทยที่สุดคือภารกิจ ยิงบอลเข้าหน้าต่างรถบัสที่กำลังแล่นอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ทำมันได้สำเร็จ

ว่าแต่อะไรที่อยู่เบื้องหลังความโหดนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านลูกโค้ง 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าฟรีคิกจากเท้าซ้ายของนาคามูระ ถือเป็นหนึ่งในอาวุธอันตรายที่ผู้รักษาประตูหลายทีมต้องผวา จากความโค้งในระดับที่อ้อมกำแพง และความแม่นยำราวกับจับวาง แต่สิ่งทำให้ลูกยิงของเขาน่ากลัวขึ้นไปอีกขั้น คือความแรงของมัน 

เนื่องจากตามปกติแล้ว ลูกโค้งจะมีอัตราการสูญเสียพลังงานค่อนข้างมาก และทำให้ลูกยิงแบบโค้งเบากว่าลูกยิงตรงๆ แต่ไม่ใช่สำหรับบอลที่ออกมาจากปลายเท้าของ นาคามูระ

Photo : Twitter | bet65

“ปกติแล้วเวลาบอลมันปั่น (หรือหมุน) มันจะสูญเสียพลังงาน และทำให้ความเร็วของบอลลดลง” อาซาอิ ทาเคชิ ศาสตราจารย์ สาขาวิชาชีวกลศาสตร์การกีฬา คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยสึคุบะ อธิบายกับ Foot X Brain  

“ลูกโค้งของนักกีฬาทั่วไปจะมีความเร็วอยู่ที่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ฟรีคิกของ ชุนซุเกะ นาคามูระ มีความเร็วอยู่ที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง” 

“ลูกยิงหลังเท้าของนักเตะระดับโลก มีความเร็วอยู่ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นมัน (ฟรีคิกของ นาคามูระ) จึงเป็นลูกยิงที่มีความเร็วสูงมาก” 

และเคล็ดลับที่ทำให้ นาคามูระ สามารถยิงฟรีคิกได้ทั้งโค้งและแรง คือวิธีการเข้าหาบอลและจุดสัมผัสบอล เขาจะวิ่งเข้าหาบอลจากด้านข้าง (คล้ายกับวิธีของ เดวิด เบ็คแฮม) ก่อนจะใช้ข้างเท้าด้านในสัมผัสบอลจากส่วนใต้ของลูกแล้วปั่นขึ้นเป็นแนวเฉียง 

Photo : Foot X Brain

“ฟรีคิกของ ชุนซุเกะ นาคามูระ มีลักษณะเฉพาะคือ มันสามารถเลี้ยวด้วยความเร็ว” ศาสตราจารย์อาซาอิ ที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับลูกฟรีคิกมา 7 ปีกล่าวต่อ 

“การวิ่งเข้ามาจากด้านข้างของเขาเป็นผลทำให้เกิดสิ่งนั้น การปะทะกันแบบเฉียง ๆ ทำให้บอลลอยขึ้นพร้อมกับปั่นไปด้วย” 

แต่สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ฟรีคิกของเขามีความพิเศษกว่าคนอื่น คือการหมุนสะโพกอันเป็นเอกลักษณ์ นาคามูระ จะวางเท้าหลักให้ห่างจากลูกบอลพอสมควร เขาบอกว่าเพื่อให้มีวงมากพอในการหมุนสะโพก 

Photo : Foot X Brain

“เขาใช้วิธีการหมุนสะโพกที่พอดี ทำให้ความเร็วในการปั่นบอลเพิ่มขึ้น ซึ่งความเร็วในการปั่นบอลที่เพิ่มขึ้นนี้ จะสามารถถ่ายทอดไปที่บอลได้ดี ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเตะบอลด้วยความแรงในขณะที่ปั่นบอลได้อีกด้วย” ศาสตราจารย์อาซาอิ อธิบาย 

“ถ้าบอลลอยขึ้นไปด้วยความเร็ว มันจะมีแรงต้านลมที่สูงมาก (ต้านลมได้ดี) พอเป็นแบบนั้น ช่วงที่ความเร็วลดลง มันจะเกิดการเลี้ยวอย่างรุนแรง” 

“การลอยขึ้นไปด้วยความเร็วแล้วหักลง ทำให้บอลเข้ากรอบ และมีโอกาสที่จะเป็นประตูสูง” 

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้มันกลายเป็นฝันร้ายของผู้รักษาประตู

ศึกษาคู่แข่ง 

แม้ว่า นาคามูระ จะเป็นนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้อย่างแม่นยำ แต่หากสังเกตจะพบว่า ลูกยิงของเขา ไม่ได้มีรูปแบบเดียว เขาเป็นนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้หลากหลาย ที่นอกจากปั่นโค้งอ้อมกำแพง ยังมีทั้งหลอกยิงไปอีกทาง หรือแม้กระทั่งยิงอัดตรง ๆ 

สิ่งนี้เกิดจากนิสัยชอบทำการบ้านอยู่เสมอของเขา นาคามูระ มักจะศึกษาข้อมูลของผู้รักษาประตูคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดอ่อน-จุดแข็ง ในการรับลูกโด่งและลูกเรียด ไปจนถึงลักษณะนิสัยเฉพาะตัว ว่าเป็นพวกอ่านเกมแล้วพุ่งไปก่อนหรือไม่ 

Photo : Japan Bullet

“สิ่งแรกที่ควรพิจารณาในการเตะฟรีคิก คือประเภทของผู้รักษาประตู ว่าเป็นแบบอ่านเกมล่วงหน้าแล้วเคลื่อนที่ไปก่อน หรือรออยู่ที่เส้น ถ้าเป็นแบบแรก ก็มีโอกาสที่จะได้ประตูสูง” นาคามูระกล่าวกับ Number 

“นอกจากนี้ต้องดูว่าอ่อนลูกโด่งหรือเปล่า หรือไม่ก็อ่อนลูกเรียด ผมต้องมีข้อมูล ก่อนจะคิดว่าจะยิงแบบไหน” 

นั่นทำให้ในพจนานุกรมของ นาคามูระ ไม่มีจุดที่เรียกว่า “จุดที่ดี” แม้แต่จุดเดียว เพราะทุกครั้งที่ได้ฟรีคิก เขาต้องคำนวณทั้งความสูง ความเร็ว และตำแหน่งการยืนของผู้รักษาประตู ก่อนจะตัดสินใจว่าฟรีคิกลูกนี้จะยิงในรูปแบบไหน 

Photo : The Scotsman

ยกตัวอย่างเช่นในเกมเจลีก ฤดูกาล 2015 กับ กัมบะ โอซากา ในขณะที่ เอฟ มารินอส ตามอยู่ 2-1 ทีมมาได้ฟรีคิกในช่วงท้ายเกม หากเป็นผู้เล่นทั่วไป คงจะคิดแค่ให้ข้ามกำแพงแล้วเข้ากรอบไว้ก่อน 

แต่ นาคามูระ คิดซับซ้อนกว่านั้น เขาเลือกยิงไปที่ ชุน นาคางาวะ นักเตะที่สูงที่สุดของกำแพง เพื่อให้บอลมีความเร็วกว่าปกติ ซึ่งมันก็ได้ผล เมื่อบอลเสียบสามเหลี่ยมเข้าไป ชนิดที่ผู้รักษาประตูกัมบะ นึกว่าบอลจะหลุดกรอบออกไปด้วยซ้ำ 

“ผมอยากเพิ่มความเร็วของบอลในการเล่นลูกเซ็ตเพลย์ ดังนั้นสิ่งเดียวที่คิดคือต้องยิงเหนือผู้เล่นตัวสูง” นาคามูระ ให้เหตุผลกับ Number

หรือในศึกคอนเฟดเดอเรชันคัพ 2003 กับฝรั่งเศส ที่ญี่ปุ่นมาได้ฟรีคิกเยื้องไปทางซ้ายของผู้รักษาประตู โดยทั่วไปแล้วสำหรับนักเตะเท้าซ้าย ลูกยิงที่ดีที่สุดในมุมนี้สำหรับผู้เล่นเท้าซ้ายคงจะเป็นการยิงอ้อมกำแพงให้เข้าเสาแรก

แต่นาคามูระ คิดไปไกลกว่านั้น เขารู้ดีว่า ฟาเบียน บาร์กเตซ โกลของฝรั่งเศส เป็นพวกอ่านเกม จึงเลือกยิงไปทางเสาไกล และทำให้ บาร์กเตซ ที่ขยับตัวไปก่อน พุ่งกลับมาไม่ทัน ก่อนที่บอลจะเช็ดเสาสอง เข้าไปอย่างงดงาม

เช่นกันกับเกมที่เจอ อุราวะ เรดส์ ในฤดูกาล 2015 ที่ตอนแรกดูเหมือนว่าเขาจะยิงอ้อมกำแพงไปทางขวาของ ชูซาคุ นิชิซาวะ แต่สุดท้ายกลายเป็นการหลอกยิงไปอีกฝั่ง จนทำให้โกล เรดส์ พุ่งตามไปไม่ทัน ซึ่งคล้ายกับลูกที่ยิงใส่ ยูจิ โรคุตัน ของ เวกัลตะ เซนได ในฤดูกาลเดียวกัน 

มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ในหัวของ นาคามูระ และการสั่งสมประสบการณ์ จนทำให้ฟรีคิกของเขาร้ายกาจและเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพกว่านักเตะทั่วไป และมีลุ้นทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูระดับไหนก็ตาม 

ทว่า ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

แปรความกดดันเป็นพลัง 

“ผมไม่ได้มีเทคนิคพิเศษอะไรในการเตะฟรีคิก จนมาเป็นนักเตะอาชีพ ผมรู้สึกว่านี่คือจุดแข็งของผม แต่ก่อนหน้านั้น ผมไม่ได้คิดถึงมันขนาดนั้น” นาคามูระ กล่าวในหนังสือ 「中村俊輔式 サッカー観戦術」

นาคามูระ อาจจะเป็นนักเตะที่ฉายแววเด่นมาตั้งแต่สมัยมัธยม หลังพาโรงเรียนมัธยมโทโค กัคคุเอ็น เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติ จนทำให้มีหลายทีมตามจีบ แต่ฝีไม้ลายมือในการเตะฟรีคิกของเขาในตอนนั้นไม่ได้โดดเด่นขนาดนี้ 

แต่จุดเปลี่ยนของเขาก็มาถึงในปี 1997 เมื่อการย้ายมาอยู่กับมารินอส ทำให้เขาได้รับภาระที่หนักอึ้งตั้งแต่ปีแรกในฐานะนักเตะอาชีพ นั่นคือการได้รับมอบหมายให้เป็นคนเตะฟรีคิกของทีม 

Photo : YouTube | J.LEAGUE

“ตอนปีแรกที่ผมย้ายมามารินอส โค้ช (ฮาเวียร์) อัซกา คอร์ตา บอกผมที่ตอนนั้นเพิ่งอายุ 18 ว่า ‘นายเป็นคนเตะฟรีคิก’ ในการซ้อมผมมีรุ่นพี่ที่สุดยอดทั้ง มาซามิ อิฮาระ, โนริโอะ โอมูระ และโชจิ โจ ยืนเป็นกำแพง ผมจึงจะยิงไปโดนพวกเขาไม่ได้ แถมโกลก็เป็น (คาวางุจิ) โยชิคัตสึซัง” นาคามูระกล่าวกับ Gendai Business 

“ถ้ายิงไปโดนพวกเขามันไม่ดีแน่ ผมจึงต้องยิงให้เข้าภายใต้สถานการณ์ที่กดดันนั้น เพราะว่าผมเป็นเด็กใหม่แต่ได้เป็นคนเตะ จึงต้องรับผิดชอบด้วยการยิงให้เข้าในเกม  แต่ความกดดันอย่างต่อเนื่องแบบนั้นก็เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมาก” 

มันจึงทำให้ นาคามูระ พยายามฝึกซ้อมในเรื่องนี้อย่างหนัก แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เตะบอลได้ดีอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่เพียงพอสำหรับมืออาชีพ เขาจึงมักใช้เวลาทั้งก่อนและหลังซ้อมไปการเตะฟรีคิก โดยมี โยชิคัตสึ คาวางุจิ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่นเป็นผู้ช่วย 

“โยชิคัตสึซัง ช่วยซ้อมอย่างเข้าใจในตัวรุ่นน้องอย่างผม เขาคอยให้คำแนะนำจากมุมมองของผู้รักษาประตู การที่ผมได้ฝึกซ้อมกับผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่นอยู่เสมอ ทำให้ผมสามารถยิงได้โดยไม่กลัวในการแข่งขัน” นาคามูระ กล่าวต่อ 

Photo : CalcioWeb

ประสบการณ์ดังกล่าวได้ทำให้ นาคามูระ มองความกดดันในแง่ดีเสมอ เขามองว่ามันคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาพยายามพัฒนาฟรีคิกของตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดมาตลอด แม้แต่สมัยที่ค้าแข้งในต่างแดน 

“ในเซเรียอา อิตาลี การแอบทำโดยไม่ให้ผู้ตัดสินรู้นั้นเป็นเรื่องปกติ กำแพงอาจจะพยายามเข้ามาใกล้หรือตอนเตะมุมอาจจะมีเหรียญลอยมาจากบนอัฒจันทร์” แข้งชาวญี่ปุ่นกล่าวต่อ

“หรือในสนามซ้อมของเรจจินา เสาโกลเป็นแบบฝังอยู่ในดิน ความสูงของโกลก็อาจจะลดลงเวลาเล่น ดังนั้นในการซ้อมคุณจึงต้องพยายามยิงบอลให้มุดลงต่ำจากกำแพงที่พยายามเข้ามา” 

Photo : These Football Times

มันคือความท้าทายที่ นาคามูระ ต้องก้าวข้ามให้ได้ จนทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดในโลก ที่แม้แต่ต่างชาติยังให้การยอมรับ 

“สิ่งที่ผมเรียนรู้จากต่างประเทศ คือการได้รับการไว้วางใจและยอมรับจากทุกคน ผมคิดว่าความกดดันทุกรูปแบบมันอยู่ในนั้น ที่ทำให้มันก่อตัวมาเป็นฟรีคิกในสไตล์ของผมในตอนนี้” 

นี่คือสิ่งที่ชายคนหนึ่งใช้เวลาบ่มเพาะมากว่า 20 ปี และทำให้ดาวเตะของ โยโกฮามา เอฟซี ยังคงเป็นนักเตะที่ประมาทไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้จะมีอายุแตะเลข 4 ไปแล้วก็ตาม

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1199418/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/sport/1199418/

ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม วูล์ฟ 4-1

ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม วูล์ฟ 4-1

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตันป์ตัน

    “เรือใบสีฟ้า” ฟอร์มแรงไม่หยุด ทำสถิติสุดยอดชนะรวด 21 นัดติดต่อกันทุกรายการ หลังเปิดบ้านซัดวูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 นำโด่งในตารางคะแนน 15 คะแนน
  

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/227835
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/227835

“ส.บอลฯ” ประกาศรายชื่อ 30 แข้ง “ช้างศึก” ยู-15 ทำศึกชิงแชมป์อาเซียน

2. คณพศ สิงใส ชลบุรี เอฟซี

3. ปุณณภพ ขุนวัง โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา

4. ธเนศ ทองรุ่ง โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

5. ชัยรัตน์ พุ่มรอด โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

6. ภครพล หมัดอะดัม โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

7. ชนสรณ์ โชคลาภ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

8. สรศักดิ์ จี้อาทิตย์ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

9. พงศ์เพชร เอี่ยมสอาด โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

10. กฤตกานต์ รุ่งโรจน์เบญจพล โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

11. มิราโก้ อินอร่าม โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

12. ปุญญพัฒน์ รัตนจันทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

13. ณัฐกิตติ์ เสนาโนฤทธิ์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

14. กฤต เกลี้ยงแป้น โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

15. นนทพัทธ์ พลอยมี โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

16. อัครพล มงคลสาคร โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

17. สุรชัย บุญชารี โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

18. ยศภัทร มีแก้ว เมืองทอง ยูไนเต็ด

19. กิติพัฒน์ บุญด้วง เมืองทอง ยูไนเต็ด

20. ศรัณวัฒน์ นาประเสริฐ โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี

21. นันทิพัฒน์ สมิงนคร โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี

22. จิรเดช ใต้จันทร์กอง การท่าเรือ เอฟซี

23. กอบชัย เจิมประดิษฐ์วงศ์ การท่าเรือ เอฟซี

24. พงษ์พันธ์ พงษ์วาริน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

25. กฤตภาส หนูแย้ม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

26. ธนกฤต โชติเมืองปัก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

27. จิระพงษ์ พึ่งวีระวงศ์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

28. ดุษฎี บูรณะจุฑานนท์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

29. พรรธวัตร เขตชมภู บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

30. ธนกฤติ อุทรักษ์ โรงเรียนพิชญบัณฑิต

สำหรับนักกีฬาที่มีรายชื่อดังกล่าวจะต้องมารายงานตัว ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬา ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 15.00 น. ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนทำการฝึกซ้อม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการผ่อนปรนกิจการ และกิจกรรมด้านการกีฬาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/2042988
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/2042988

เกร็ดน่าสนใจจากการเล่นในลีก 600 นัดของ โรนัลโด้

เกร็ดน่าสนใจจากการเล่นในลีก 600 นัดของ โรนัลโด้

ถือเป็นการฉลองการลงเล่นเกมลีกตลอดอาชีพการค้าแข้งครบ 600 เกมที่สวยงามของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลังจากที่เขาทำได้ 1 ประตูจนช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม คว้าชัยเหนือ สเปเซีย 3-0 เมื่อวันอังคารที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ โรนัลโด้ ลงเล่นในลีกเป็นครั้งแรกกับทีมสำรองของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อฤดูกาล 2002-03 หรือก็คือเขาเล่นเกมลีกมานานราว 19 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งถ้าไม่มีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งมากพอแล้วล่ะก็ แข้งวัย 36 ปีก็คงไม่มีทางเล่นมาได้นานแบบนี้ ซึ่งเนื่องในโอกาสพิเศษนี้ เราเลยมีเกร็ดบางอย่างกับการเล่นเกมลีกในช่วง 600 นัดที่ผ่านมาของ โรนัลโด้ มานำเสนอกัน

    – ยิงได้ต่อเนื่อง
    บางคนบอกว่าหนึ่งในสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินระหว่างนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์กับแข้งทั่วไปคือความคงเส้นคงวา เพราะคนที่เก่งจริงควรจะต้องรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ให้ได้ และสำหรับแนวรุกแล้วนั้นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะตัดสินถึงเรื่องนั้นคือการทำประตู

เกร็ดน่าสนใจจากการเล่นในลีก 600 นัดของ โรนัลโด้

    ไม่ต้องบอกหลายคนก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่า โรนัลโด้ เป็นคนที่ทำประตูได้เก่ง ตัวเลข 470 ประตูที่เขาทำได้ในเกมลีกตลอดอาชีพการค้าแข้งคือหนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันถึงเรื่องนั้นได้ดีกว่าอะไรทั้งหมด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาของ โรนัลโด้ ก็คือการที่เขาสามารถยิงในลีกได้อย่างน้อย 20 ลูกมานาน 12 ซีซั่นติดต่อกันแล้ว และมันก็ทำให้ โรนัลโด้ ถือเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังที่ทำอย่างนั้นได้

    ทั้งนี้ หากไม่นับซีซั่นปัจจุบันที่เขายังมีโอกาสเพิ่มจำนวนประตูแล้วนั้น ซีซั่นที่ โรนัลโด้ ยิงในลีกได้น้อยที่สุดในช่วง 12 ซีซั่นที่ผ่านมาคือฤดูกาล 2016-17 ซึ่งเป็นตอนที่อยู่กับ เรอัล มาดริด เพราะตอนนั้นเขาทำได้ 25 ประตูจากการลงเล่นในลีก 29 นัด

    – วินัยในการเล่น
    ตลอดการลงเล่นในลีก 600 นัด โรนัลโด้ โดนใบเหลืองไปทั้งหมด 67 ใบ ซึ่งฤดูกาลที่เขาได้รับใบเหลืองจากกรรมการมากที่สุดคือตอนเล่นให้ เรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2012-13 จากการที่ตอนนั้นโดนใบเหลืองไป 9 หน รองลงมาคือซีซั่น 2005-06 ที่ได้รับใบเหลืองในตอนเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 8 ครั้ง

เกร็ดน่าสนใจจากการเล่นในลีก 600 นัดของ โรนัลโด้

    ขณะเดียวกัน เขาก็ได้รับใบแดงไปโดยตรง 5 ใบ ประกอบด้วยซีซั่นละ 1 ใบในฤดูกาล 2005-06, 2007-08, 2009-10, 2013-14 และ 2014-15 นอกจากนี้ เขาก็เคยโดนใบเหลือง 2 ใบในเกมเดียวกันจนกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไปทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน

    – การแอสซิสต์
    147 แอสซิสต์กับการลงเล่นในลีก 600 นัด อาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่ดูดีมากนัก แต่ส่วนหนึ่งมันก็เป็นเพราะการทำประตูคือหน้าที่หลักของเขา ไม่ใช่การจ่ายบอล โดยมันมีเพียง 5 ฤดูกาลเท่านั้นที่เขามียอดแอสซิสต์ในลีกต่อฤดูกาลได้อย่างน้อย 10 หน

เกร็ดน่าสนใจจากการเล่นในลีก 600 นัดของ โรนัลโด้

    สำหรับ 5 ซีซั่นดังกล่าวได้แก่ฤดูกาล 2006-07, 2011-12, 2012-13, 2014-15 และ 2015-16 ซึ่งซีซั่นที่เขาทำแอสซิสต์ในลีกได้เยอะที่สุดได้แก่ฤดูกาล 2014-15 จากการทำแอสซิสต์ในเกมลีดให้กับ เรอัล มาดริด ได้ถึง 16 หนจากการลงเล่น 35 นัด ส่วนซีซั่นที่ทำแอสซิสต์ได้น้อยที่สุดหากไม่นับฤดูกาลปัจจุบันก็คือซีซั่น 2002-03 ที่เขาทำแอสซิสต์ให้ทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 3 ลูกจาก 25 นัด

    – ฟิตเปรี๊ยะ
    มีน้อยครั้งมากที่ โรนัลโด้ จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนทำให้ต้องพลาดการลงสนามไปหลายนัด โดยก่อนจะถึงซีซั่นนี้นั้นเขาลงเล่นในลีกอย่างน้อย 2,000 นาทีต่อ 1 ฤดูกาลมานานถึง 16 ฤดูกาลติดต่อกันเลยทีเดียว โดยซีซั่นที่เขาลงเล่นในลีกมากที่สุดคือฤดูกาล 2011-12 ที่ลงไปในลีกรวม 3,350 นาที

เกร็ดน่าสนใจจากการเล่นในลีก 600 นัดของ โรนัลโด้

    ด้วยเหตุนี้ ฤดูกาล 2011-12 เลยเป็นซีซั่นที่ โรนัลโด้ ได้เป็นตัวจริงในลีกมากที่สุดไปด้วย ที่จำนวน 37 เกม แถมในจำนวนนั้นยังเป็นการอยู่ในสนามจนจบเกมถึง 35 นัด ตามมาด้วยฤดูกาล 2015-16 ที่เขาได้ออกสตาร์ตเป็น 11 ตัวจริงในเกมลีกไป 36 หน

   
    – เด็กเกร็ดบอล –

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/calcio/view/227823
ขอขอบคุณ : https://www.siamsport.co.th/football/calcio/view/227823